ถนอมมืออย่างอ่อนโยน

ดูแลตัวเองอย่างไรให้สวยตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเล็บ!

ดูแลตัวเองอย่างไรให้สวยตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเล็บ! ไม่ว่าเราจะทุ่มเทดูแลผิวหน้าให้อ่อนเยาว์เพียงใด แต่มือของเราก็ไม่อาจปกปิดอายุจริงได้ รอยยับและเส้นเลือดดําที่โป่งนูน บ่งบอกถึงการผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชนเป็นเวลาหลายสิบปี ทั้งงานบ้าน งานสวน สารพัดงานช่าง เมื่อถึงวัยหมดประจําเดือนแล้ว ผิวบริเวณฝ่ามือจะหนาตัวและแตกง่าย ส่วนเล็บก็จะเปราะ เป็นหยัก มีสีขุ่นคล้ำ และหลังจากอายุ 55 ผิวจะมีจุดด่างดําและฝ้าเป็นเรื่องปรกติ

ถนอมมืออย่างอ่อนโยน

ถนอมมืออย่างอ่อนโยน

  • น้ำยาล้างเล็บตัวร้าย ในน้ำยาล้างเล็บหลายยี่ห้อจะมีส่วนประกอบอยู่สามชนิดที่เชื่อว่าเป็น อันตรายต่อสุขภาพ ชนิดที่เป็นอันตรายต่อระบบสืบพันธุ์ชื่อ ไดบิวทิวพทาเลต (DBP-dibutyl phthalate) ในกลุ่มประเทศยุโรปมีการประกาศห้ามใช้ตั้งแต่ ค.ศ. 2004 แต่ยังมีใช้ทั่วไปในสินค้าของสหรัฐ อีกชนิดคือฟอร์มัลดีไฮด์ (formaldehyde) ที่เชื่อว่าน่าจะเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ และโทลูอีน (toluene) ซึ่งมีฤทธิ์รบกวนระบบประสาท ทั้งสามชนิดนี้ รัฐแคลิฟอร์เนียได้จัดให้อยู่ในรายการสารเคมีจําพวกก่อมะเร็ง

 

  • ทําเล็บสไตล์ฝรั่งเศส ตะไบเล็บให้เข้ารูป เสร็จแล้วลุ่มปลายนิ้วลงแช่ในน้ำนมไขมันเต็มส่วน 10 นาที ซับให้แห้ง หยดน้ำมันโรสฮิปลงเล็บละหนึ่งหยด แล้วใช้ก้านไม้พันสําลีเช็ดรอบร่องเล็บ ใช้ไม้พันสําลีอีกอันทําความสะอาดใต้ปลายเล็บให้หมดจด ทิ้งให้เล็บซึมซับน้ำมันอีกสัก 10 นาที จึงใช้หินภูเขาไฟ (pumice) เนื้อละเอียด ขัดเล็บเบาๆไปในทางเดียวกัน จบด้วยการใช้ชามัวร์แตะขี้ผึ้งมาถูเล็บจนเป็นสีชมพูเงางาม

 

  • ถนอมมือด้วยน้ำนม น้ำนมมีคุณสมบัติลอกชั้นผิวเก่าออกอย่างเป็นธรรมชาติ ในขณะที่น้ำมันแฟรงคินเซนส์ก็อ่อนละมุนต่อผิวที่มีอายุ

• นมไขมันเต็มส่วนอุ่น 2 ถ้วย
• น้ำมันหอมระเหยแฟรงคินเซนส์ 2 หยด

เทนมลงไปในชามปากกว้าง หยดน้ำมันหอมระเหยตามลงไป แล้วจุ่มมือลงไปแช่ 5 นาที

  • เล็บสะอาดน้ำลึก วิธีนี้อาจช่วยให้เล็บที่มีสีเหลืองดูจางลงและอ่อนนุ่มขึ้น
  • • น้ำมะนาว 1/2 ลูก
    • น้ำมันอะโวคาโด 1 ช้อนชา
    • น้ำมันมะกอกสกัดเย็น 1 ช้อนชา
    • น้ำมันหอมระเหยเนโรลี 2 หยด
    เติมน้ํามะนาวลงไปในชามน้ำอุ่น แล้วตามด้วยน้ำมันที่เหลือลงไปคนผสม แช่มือไว้ 10-15 นาที

บำรุงผิวเสียให้ใส

บำรุงผิวเสียให้ใส

  • สครับมือ น้ำตาลละลายในของเหลวได้ จึงเหมาะจะนํามาใช้ขัดผิว
  • • นมไขมันเต็มส่วนอุ่น 1/2 ถ้วย
    • น้ำตาลทรายเม็ดหยาบๆไม่ขัดขาว 1/2 ถ้วย
    ค่อยๆเทนมลงไปผสมกับน้ำตาลทีละนิดๆจนน้ำตาลเหลือเป็นเม็ดเล็กๆจึงนํามาขัดมือ เสร็จแล้วค่อยล้างออก

 

  • บํารุงผิวเสียให้ใส น้ำมันทั้งหลายในส่วนประกอบนี้ เหมาะสําหรับผิวเสียเพราะถูกแดด

    • น้ำมันเมล็ดองุ่น 1 ช้อนโต๊ะ
    • น้ำมันจมูกข้าวสาลี 1 ช้อนชา
    • น้ำมันโรสฮิป 1 ช้อนชา
    • น้ำมันหอมระเหยเมล็ดแคร์รอต 4 หยด
    • น้ำมันหอมระเหยเลมอน 1 หยด (ยกเว้นสําหรับผู้มีผิวแพ้ง่ายหรือก่อน
    การออกแดดผสมน้ำมันทั้งหมดเข้าด้วยกันในขวดสะอาดสีเข้ม ปิดฝาเก็บในที่มืดและเย็น เขย่าก่อนนํามานวดทั่วทั้งมือ

 

  • มาสก์ลดรอยด่างดํา พอกมาสก์สูตรนี้เพียงสัปดาห์ละครั้งเพื่อให้ผิวอ่อนนุ่ม คืนความรู้สึกอ่อนเยาว์• ผงดินเหนียวขาว (kaolin) 2 ช้อนโต๊ะ
    • เจลว่านหางจระเข้ 1 ช้อนโต๊ะ
    • น้ำส้มสายชูไซเดอร์ 2 ช้อนโต๊ะ
    • น้ำมันหอมระเหยเมล็ดแคร์รอต 2 หยด
    • น้ำมันหอมระเหยเนโรลี 1 หยด

    ใส่ผงดินขาวลงไปผสมกับเจลในชามใบใหญ่แล้วตามด้วยน้ำส้ม จากนั้นคนจนเป็นเนื้อเนียน เติมน้ำมันหอมระเหย คนต่อให้เข้ากันจึงนํามาทานวดมือ ทิ้งไว้ 10 นาที พอแห้งก็ล้างออก

 

  • เล็บแข็งแรง สูตรนี้เหมาะสําหรับเล็บมือและเล็บเท้าที่เปราะง่าย


• น้ำมันงาสีใส 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมันมะคาเดเมีย อะโวคาโด และจมูกข้าวสาลี อย่างละ 1 ช้อนชา
• น้ำมันหอมระเหยไม้จันทน์ และแฟรงคินเซนส์ อย่างละ 2 หยด

ผสมน้ำมันทั้งหมดเข้าด้วยกันเทลงในขวดสะอาดสีเข้ม ปิดฝาและเก็บไว้ในที่เย็น เขย่าก่อนใช้นวดมือเท้าและเล็บ

  • มือใสเท้าสวย ครีมถนอมมือ Shea Butter ยี่ห้อ Burt’s Bees ปกป้องมือที่เสี่ยงต่อการแตกแห้ง หยาบกร้านและแก่เกินวัยด้วยน้ำมันและสารสกัดจากพืช ช่วยต่อสู้กับริ้วรอยและจุดด่างดํา ยังมีครีมทามือและผิวกายสูตรน้ำผึ้งมานูกากับบาล์มทาเท้ายี่ห้อ Living Nature ที่ทําให้เห็นผลดีกว่าครีมทั่วไปสองเท่า เหมาะสําหรับผิวที่แห้งมากๆ

 

  • บํารุงมือก่อนนอน ก่อนเข้านอน ทาและนวดมือด้วยน้ำมันงาอุ่นชนิดใส ก่อนจะสวมมือแต่ละข้างลงในถุงพลาสติก แล้วสวมทับด้วยถุงมือขนสัตว์ที่นําไปอุ่นในไมโครเวฟ นอนลง ทําตัวตามสบายประมาณ 10 นาที จึงค่อยถอดออกและเช็ดทําความสะอาด

 

  • เล็บสวยด้วยตัวเอง หลีกเลี่ยงการไปทําเล็บตามร้านเสริมสวยแล้วหันมาทําเองที่บ้านด้วยวิธี ธรรมชาติดีกว่าจะได้ไม่ต้องเสี่ยงกับสารโทลูอีน ซึ่งเป็นสารผสมหลักในยาทาเล็บและยาล้างเล็บที่จะเป็นอันตรายต่อระบบประสาทโดยเฉพาะ
  1. ล้างยาทาเล็บออกด้วยยาล้างเล็บที่ปราศจากอะซีโตน เช็ดจากโคนเล็บไปหาปลาย และทําให้มือกับเล็บนุ่มด้วยการแช่ในน้ำอุ่น 5-10 นาที แล้วซับให้แห้ง
  2. ใช้สําลีพันปลายไม้ เช็ดสิ่งสกปรกออกจากใต้เล็บ แล้วเช็ดซ้ำตามแนวขอบและโคนเล็บอีกครั้งด้วยน้ำมันโรสฮิป
  3. ตะไบเล็บไปทางเดียวด้วยตะไบขัดชนิดนุ่ม ปิดท้ายใช้น้ำมันอะโวคาโดหรือโรสฮิปนวดอีกเล็กน้อย

ผมสวยทุกสัมผัส

ผมสวยทุกสัมผัส

หนึ่งในสามของหญิงวัยหมดประจําเดือนจะมีผมร่วงมากหรือผมเหลือน้อย เมื่อคนเราอายุมากขึ้นผมจะยาวช้าและบางลง ส่วนที่งอกใหม่ขึ้นมาทดแทนก็น้อยลง ผมยาวจะรับศึกหนักกว่าเพื่อนเพราะมีโอกาสโดนแดด ถูกไดร์เป่า และสัมผัสสารเคมีมากกว่า อย่างไรก็ตาม การดูแลผมอย่างถูกต้องเป็นประจําจะช่วยให้ผมมีสุขภาพดีและแข็งแรงได้แม้วัยจะล่วงเลย

 

  • แปรงผมทุกวัน ใช้แปรงที่สะอาดแปรงผมจากรากไปจรดปลายเพื่อกระตุ้นหนังศีรษะ เพิ่มการไหลเวียนโลหิตไปยังรากผม และทําให้น้ำมันธรรมชาติกระจายไปหล่อเลี้ยงตลอดความยาวของเส้นผม

 

  • ทําความสะอาดแปรง แช่แปรงและหวีในน้ำอุ่นจัดผสมกับแชมพูทิ้งไว้หนึ่งชั่วโมง เป็นการทํา ความสะอาดสัปดาห์ละครั้ง

 

  • แต่งทรงให้เข้ารูป ควรจัดแต่งทรงผมอย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง และตัดเล็มทุกๆ 6-8 สัปดาห์ ช่างผมเก่งๆจะพิจารณาจากรูปหน้า ชนิดเส้นผม วิถีชีวิต ก่อนจะเลือกตัดทรงที่เหมาะกับคุณ และยังให้คําแนะนําเรื่องทรงผมต่างๆที่จะช่วยให้คุณดูดีตลอด ถ้าช่างของคุณทําแต่ทรงเดิมไม่เคยเปลี่ยนก็คงต้องลองเปลี่ยนช่างดูบ้าง

 

  • สั้นก็ได้ ยาวก็ดี ผู้หญิงส่วนมากรู้สึกว่าเมื่อผมบางลงควรไว้ผมสั้นจะเหมาะกว่า แต่ถ้าผมสวยสุขภาพดี การไว้ผมยาวมักจะดูสะดุดตา หรือจะใช้วิธีการตัดผมเป็นชั้นจะทําให้ผมดูหนาและมีน้ำหนักขึ้น ไม่ก็ทรงผมที่มีเส้นสายน่าสนใจอย่างทรงบ๊อบก็อาจช่วยเบนความสนใจไปจากเนื้อใต้คางที่เริ่มย้อยและรอยตีนกาได้

 

  • หายใจบํารุงรากผม นั่งตามสบาย อย่าเกร็งไหล่ มือวางหงายไว้บนหน้าขาแต่ละข้าง หลับตาลง และคอยจับลมหายใจที่ผ่านเข้าออก สูดลมหายใจเข้า ซึมซับอากาศสดชื่นผ่านทางจมูก แผ่ซ่านความเย็นไปถึงด้านหลังลูกตา จินตนาการว่านี่เป็นการเติมพลังชีวิตให้แก่รากผมและหนังศีรษะหายใจออก นึกภาพลมหายใจกําลังผ่านขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลังและด้านหลังศีรษะแล้วออกมาทางจมูก คิดตามว่าเป็นการเพิ่มพลังชีวิตให้กับอวัยวะทุกส่วนที่ลมผ่าน ทําเช่นนี้จนครบ 3 นาที

 

  • นวดศีรษะแบบอินเดีย ความเครียดส่งผลร้ายต่อสุขภาพเส้นผมโดยเฉพาะเมื่อกล้ามเนื้อคอและ ไหล่ตึงจะทําให้เลือดไม่สามารถหมุนเวียนนําอาหารและออกซิเจนมาเลี้ยงรากผมได้สะดวก ลองให้นักบําบัดนวดหนังศีรษะแบบอินเดียมาช่วยกดนวดอย่างเบามือด้วยวิธีเคาะซ้ำไปซ้ำมา กระตุกผม และหมุนคลึงหนังศีรษะเพื่อคลายความตึงของกล้ามเนื้อ รวมถึงการกดนวดตําแหน่งจุดฝังเข็มเพื่อปลดปล่อยพลังที่ไหลเวียนติดขัดและปรับสมดุลให้กับจุดพลังจักระทั้งเจ็ด อย่าลืมใช้เทคนิคนี้นวดให้กับตนเองเวลาสระผมด้วย

 

  • นวดกระตุ้นหนังหัว ขณะสระผมด้วยแชมพูหรือใช้ครีมนวด ให้วางปลายนิ้วลงที่แนวไรผมหลังใบหูแต่ละข้าง งอนิ้วเล็กน้อย แล้วนวดคลึงวนๆ จนรู้สึกว่าผิวหนังเคลื่อนไปมาบนกระดูก และค่อยๆไล่ขึ้นมาตามหลังศีรษะจนนิ้วจรดกันที่กลางศีรษะ เอานิ้วก้อยแตะที่ไรผมกลางหน้าผาก ส่วนนิ้วโป้งจะอยู่บริเวณหู ใช้ปลายนิ้วนวดวนเคลื่อนขึ้นไปเรื่อยๆผ่านกระหม่อมจนลงมาถึงต้นคอ แตะปลายนิ้วที่โคนผมต้นคอ นวดแบบเดิมโดยเลื่อนมือไปตามแนวไรผม หลังใบหู จบด้วยการใช้นิ้วชี้นวดวนที่ขมับทั้งสองข้าง

 

  • กินบํารุงผม ควรกินอาหารที่มีวิตามินบีให้เพียงพอต่อการบํารุงผม เช่น ไข่ ธัญพืชไม่ขัดสี นัต เมล็ดพืช ส่วนวิตามินบี 3 ปี 5 และบี 6 จะช่วยให้ผมเปล่งประกาย วิตามินบี 2 ช่วยฟื้นฟู อาหารที่มีส่วนในการบํารุงผม เช่น ผักผลไม้ ปลาทะเล สาหร่ายทะเล น้ำมันมะกอก นัต และเมล็ดพืช แนะนําให้ดื่มชาเน็ตเทิลที่ดีต่อร่างกายและบํารุงผมให้เงางาม

 

  • ชุ่มชื้นจากภายใน เมื่อหนังศีรษะแห้งเป็นขุย ใช้น้ำมันเฮมพ์วันละ 1 ช้อนโต๊ะใส่ในน้ำสลัด เพื่อช่วยบํารุงจากภายใน

 

  • แชมพูแรงห้ามใช้ แชมพูขจัดรังแคอาจมีส่วนผสมของยาฆ่าเชื้อราและส่วนผสมอื่น ซึ่งอาจทําให้หนังศีรษะที่แห้ง ระคายเคือง หรือแพ้ง่ายอยู่แล้วมีอาการรุนแรงขึ้นไปอีก ทางเลือกคือลองหมักผมและนวดหนังศีรษะด้วยน้ำมันสัปดาห์ละครั้ง