อาบกายสลายเครียด

อาบกายสลายเครียด เคล็ดลับบำบัดกายใจแถมช่วยให้ผิวสุขภาพดี

อาบกายสลายเครียด เคล็ดลับบำบัดกายใจแถมช่วยให้ผิวสุขภาพดี ใครไม่ชอบอาบน้ำอาจต้องเปลี่ยนใจเมื่อได้อ่านบทความนี้!

อาบกายสลายเครียด

อาบกายสลายเครียด

ไม่มีวิธีใดจะสลายความเครียดได้ดีเท่าการนอนแช่น้ำอุ่นไปพร้อมกับสูดกลิ่นหอมบําบัดที่ช่วยให้จิตผ่อนคลาย รวมถึงได้สัมผัสผิวนุ่มๆจากน้ำมันนานาชนิด วิธีนี้เหมาะมากสําหรับผิวที่แห้งกร้านเพราะน้ำจะทําให้ผิวนุ่มขึ้น ส่วนความอุ่นก็ทําให้ผิวดูดซับคุณประโยชน์ของน้ำมันได้ดีกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีเกลือแร่ซึ่งช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อต่อ อีกทั้งฟื้นฟูผิวที่อ่อนล้าด้วย

  • อุณหภูมิที่เหมาะสม ความเย็นความร้อนมีผลต่อร่างกายและจิตใจของเราเช่นเดียวกับพืช สมุนไพร และน้ำมันที่เติมลงในน้ำที่จะอาบแช่ การนอนแช่น้ำอุ่นจะช่วยผ่อนคลายและบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ การอาบน้ำเย็นจะทําให้สดชื่น กระปรี้กระเปร่า และมีชีวิตชีวา ส่วนการฉีดพ่นด้วยน้ำเย็นก็จะช่วยกระชับผิว แต่ควรหลีกเลี่ยงการแช่ในน้ำร้อนจัด เพราะจะทําให้ร่างกายอ่อนเพลียเสียน้ำและผิวแห้ง

• ล้างพิษด้วยเกลือแร่
• เกลือแร่มีคุณสมบัติล้างพิษ กระตุ้นการขับเหงื่อและระบายของเสีย
• 
เกลือแมกนีเซียมซัลเฟต (Epsom salt) 9 ช้อนโต๊ะ
• เกลือสมุทร 4 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมันหอมระเหยสนไซเปรสและจูนิเปอร์อย่างละ 3 หยด
• น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา

ผสมเกลือให้เข้ากันก่อนในชามแล้วค่อยใส่ลงในอ่างน้ำอุ่นจัดพร้อมคนให้ละลาย จากนั้นผสมหัวน้ำมันหอมระเหยกับน้ำมันมะกอกแล้วเทตามลงไป หย่อนตัวลงแช่ให้ได้ 12 นาที เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แนะนําให้จิบน้ำก่อนหนึ่งแก้ว สุดท้ายอาบน้ำฝักบัวล้างคราบเกลือตกค้างออก เช็ดตัวให้แห้ง แล้วจึงเข้านอน (ไม่เหมาะสําหรับสตรีมีครรภ์ ผู้ที่เป็นโรคไต โรคหัวใจ หรือความดันโลหิตสูง)

  • อาบแช่ดอกไม้ สร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ให้ทั้งความรู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นจากการนอนแช่น้ำในอ่างด้วยสูตรน้ำมันกุหลาบกับมะลิ

• น้ำมันหอมระเหยมะลิ 6 หยด
• น้ำมันหอมระเหยกุหลาบ 2 หยด
• น้ำมันสวีตอัลมอนด์ 1 ช้อนชา
• น้ำกุหลาบ 2 ช้อนโต๊ะ
• กลีบกุหลาบหรือดอกมะลิ

หยดหัวน้ำมันสองชนิดผสมกับน้ำมันอัลมอนด์ แล้วเติมลงในน้ำอาบพร้อมกับน้ำกุหลาบ โรยกลีบดอกหรือตัวดอกไม้ที่เตรียมไว้ลงไป แล้วค่อยหย่อนกายลงแช่ เสร็จแล้วอย่าลืมใส่ที่กรองไว้ที่สะดืออ่าง ก่อนระบายน้ำออก

อาบอย่างไรให้ผิวสวยสุขภาพดี

อาบอย่างไรให้ผิวสวยสุขภาพดี

  • ผิวเนียนด้วยนมวานิลลา เพื่อผิวเรียบเนียนมีชีวิตชีวา ขณะเปิดน้ำใส่อ่างให้หย่อนฝึกวานิลลาสองฝักใส่ลงไปด้วย จากนั้นตวงนมผง 12 ช้อนโต๊ะใส่ชาม แล้วค่อยๆเติมน้ำเย็นประมาณสองเท่าลงไป คนให้ละลาย อย่าให้นมจับตัวเป็นก้อนแล้วเทลงในอ่าง จึงค่อยลงแช่ เมื่อแช่เสร็จแล้วให้เก็บฝักวานิลลาขึ้นมาล้างเพื่อไว้ใช้ซ้ำอีกครั้ง

 

  • กะทิเพื่อผิวชุ่มชื่น สูตรครีมบํารุงให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว ร่วมด้วยสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระจากน้ำผึ้ง

• กะทิ 1 กระป๋องเล็ก
• น้ำผึ้งจากดอกข้าวนักวีต 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมันหอมระเหยเวติเวิต และเจอราเนียมอย่างละ 2 หยด

ผสมกะทิ น้ำผึ้ง และน้ำมันหอมระเหยเข้าด้วยกัน เทลงในอ่าง คนให้ทั่ว แล้วจึงลงแช่

  • แช่ตัวสูตรลาเวนเดอร์ นําก้านลาเวนเดอร์สดสองกํามือกับก้านสะระแหน่สุดสองกํามือ มัดรวมกัน แล้วหย่อนลงในอ่างขณะเปิดน้ำร้อนใส่ โรยใบของกุหลาบหอม 4-6 ใบ แล้วลงแช่

 

  • อาบชาขาว น้อมรับคุณประโยชน์จากชาขาวที่โดดเด่นด้วยสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระ

• ชาขาว 4 ถุงชง
• น้ำมันสวีตอัลมอนด์ 2 ช้อนชา

ต้มน้ำจนเดือดแล้วปล่อยให้เย็นลงเล็กน้อย เอาถุงชงชาขาวใส่ในกาชงชา แล้วเทน้ำร้อนที่ได้ลงไปแช่ทิ้งไว้ จากนั้นเปิดน้ำใส่อ่าง เติมน้ำมันลงไป รินน้ำชาลงผสมกับน้ำในอ่าง คนให้เข้ากันแล้วลงไปนอนแช่ อย่าลืมวางถุงชาที่บีบเอาน้ำออก เมื่อหายร้อนแล้วให้โปะลงบนเปลือกตาด้วย

  • เพิ่มพลังสาหร่าย คืนความสดชื่นให้ผิวพร้อมกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและล้างพิษ

• สาหร่ายเคลป์หรือชนิดอื่น 2 แถบใหญ่
• สะระแหน่แห้ง 6 ช้อนโต๊ะ
• เกลือสมุทรผสมสาหร่ายป่น 12 ช้อนโต๊ะ

บิสาหร่ายให้เป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงในกระทะก้นแบนใบใหญ่ที่มีน้ำอยู่ในนั้นแล้วตามด้วยสะระแหน่ ตั้งไฟให้เดือดแล้วปิดฝาทิ้งไว้ 30 นาที เปิดน้ำในอ่างให้อุ่นเท่าๆอุณหภูมิร่างกาย เติมเกลือลงไป จากนั้นเทส่วนผสมของสาหร่ายต้มตามไป หลังจากแช่ตัวเสร็จแล้วกรองสาหร่ายทิ้ง และอาบน้ำฝักบัวล้างเศษเกลือที่ตกค้าง ดื่มน้ำตามหนึ่งแก้ว (ไม่ควรใช้วิธีนี้หากเป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือ ตั้งครรภ์)

  • สมาธิไม้จันทน์ ผสมน้ำมันเหล่านี้ เพื่อใช้อาบแช่ทําสมาธิ

• น้ำมันหอมระเหยไม้จันทน์ 5 หยด
• น้ำมันหอมระเหยแพทชูลิ (patchouli) 2 หยด
• น้ำมันสวีตอัลมอนด์ 2 ช้อนโต๊ะ
• กํายานไม้จันทน์ และเทียนหอม

เปิดน้ำอุ่นลงอ่าง ผสมน้ำมันหอมระเหยทั้ง 2 ชนิดเข้ากับน้ำมันสวีตอัลมอนด์ แล้วเทลงไปคนให้กลิ่นหอมกระจาย จุดกํายานและเทียนหอมวางไว้ที่ปลายอ่าง ลงอาบแช่และฟอกด้วยสบู่ไม้จันทน์ ตามองที่ปลายเปลวเทียน อย่ากะพริบตา พยายามจดจ้องที่ยอดเปลว ถ้ามองต่อไปไม่ไหวแล้วให้หลับตาลงและจินตนาการถึงภาพเปลวเทียนแทน

  • ข้าวโอ๊ตอาบผิว ตวงนมผง 12 ช้อนโต๊ะ ข้าวโอ๊ตบด 12 ช้อนโต๊ะ ใส่ลงตรงกลางผ้ามัสลินจัตุรัสผืนใหญ่ จากนั้นรวบมมเข้ามามัดเป็นปม นําไปใส่ในอ่างน้ำขณะเปิดน้ำลงอ่าง และใช้ห่อผ้านี้แทนสบู่เพื่อทําความสะอาดและลดการระคายเคืองผิว

 

  • สครับน้ำตาลเกลือ น้ำมันทําให้ผิวเปล่งประกายได้ยาวนานแม้หลังอาบน้ำ และส่วนผสมที่ใช้ในการขัดผิวมีดังนี้

• เกลือสมุทร 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมันเฮมพ์ 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมันอะโวคาโด 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมันหอมระเหยสะระแหน่ 4 หยด

ใส่เกลือกับน้ำตาลลงไปผสมในชาม ค่อยๆเติมน้ำมันลงไป คนให้เป็นครีมข้นๆ เหยาะน้ำมันหอมระเหยตามลงไป นําส่วนผสมที่ได้มาใช้ถูตัวแล้วค่อยล้างออก (หากมีผิวแพ้ง่าย หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร ไม่ต้องใช้น้ำมันหอมระเหย)

  • กล้วยพอกผิว สูตรพอกผิวทั่วตัวนี้ ขอให้ลองแล้วจะรู้เองว่ามันช่างถูกใจเพียงไหน

• กล้วยหอมสุก 1 ผล ข้าวโอ๊ตบดละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำ
มันหอมระเหยจูนิเปอร์ 2 หยด

ผสมน้ำมันเข้าด้วยกัน แล้วนํามาทานวดสะโพก หน้าท้อง แก้มก้น และต้นขา ใช้เทคนิคแบบการนวดแป้งคือดึงและบีบตามเนื้อหนัง ใช้ข้อนิ้วคลึงให้ทั่ว และจบท้ายด้วยการนวดแบบลูบขึ้นบน ทําทั้งตอนเช้าและเย็น (งดโรสแมรีหากเป็นโรคลมชัก เว้นจูนิเปอร์หากเป็นโรคไต)

อาบบำบัดและขจัดพิษ

อาบบำบัดและขจัดพิษ

  • อาบกายบําบัดใจ ผสมน้ำมันหอมระเหยเหล่านี้เข้าด้วยกันเพื่อบําบัดกายและใจให้ผ่อนคลาย

• น้ำมันสวีตอัลมอนด์ 1 ช้อนชา
• น้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ 4 หยด
• น้ำมันหอมระเหยคาโมไมล์ 3 หยด
• น้ำมันหอมระเหยเจอราเนียม 2 หยด

ผสมน้ำมันทั้งหมดเข้าด้วยกัน เติมลงในอ่างน้ำแล้วลงนอนแช่

  • อาบล้างพิษ หากอยากได้อะไรมาช่วยกระตุ้นให้ลุกขึ้นและไปต่อได้ ลองสูตรบําบัดหอมหวลกลิ่นไม้สนสูตรนี้ดู

• น้ำมันเมล็ดองุ่น 1 ช้อนชา
• น้ำมันหอมระเหยสนไซเปรส 4 หยด
• น้ำมันหอมระเหยสนจูนิเปอร์และโรสแมรี 2 หยด

ผสมน้ำมันทั้งหมดเข้าด้วยกัน เทลงในอ่างน้ำแล้วลงแช่ทันที (งดเว้นน้ำมันหอมระเหยโรสแมรีหากเป็นโรคลมชัก และน้ำมันหอมระเหยจูนิเปอร์หากเป็นโรคไต)

  • แช่ตัวชําระใจ น้ำมันหอมระเหยต่อไปนี้ขึ้นชื่อด้านสรรพคุณในการชําระล้าง

• น้ำมันเมล็ดทานตะวัน 1 ช้อนชา
• น้ำมันหอมระเหยกุหลาบ 4 หยด
• น้ำมันหอมระเหยส้ม 2 หยด
• น้ำมันหอมระเหยโรสแมรี 2 หยด

ผสมน้ำมันทั้งหมดเข้าด้วยกัน เทลงในอ่างน้ำแล้วลงแช่ทันที (งดเว้นน้ำมันหอมระเหยโรสแมรี หากเป็นโรคลมชัก)

  • แช่มือด้วยไวน์แดง นําไวน์แดงครึ่งขวด ต้มรวมกับเน็ตเทิล โรสแมรี ไทม์ และสะระแหน่อย่างละหนึ่งกํามือจนเดือด แล้วปิดฝาพักไว้ 20 นาที เมื่อเย็นแล้วให้กรองกากทิ้ง นําน้ำที่ได้มาแช่มือ กระตุ้นให้เลือดไหลเวียนดีและป้องกันการบวม

รวมมิตรเครื่องเทศ

รวมมิตรเครื่องเทศ

  • รวมมิตรเครื่องเทศ คุณจะรู้สึกตื่นตัว กระฉับกระเฉง และประสาทสัมผัสเฉียบไว ด้วยสูตรผสม ของเครื่องเทศชั้นยอด เหมาะสําหรับการแช่เป็นเวลานานในหน้าหนาว

• อบเชย 2 แท่ง หักเป็นชิ้นเล็กๆ
• ใบเบย์ 3 ใบ
• กานพลูบด 2 ช้อนชา
• 
ลูกจันทน์เทศขูดฝอย 1 ช้อนชา
• พริกไทยดําป่น 1 ช้อนชา

  1. เทส่วนผสมทั้งหมดลงกลางผ้ามัสลินแล้วรวบมุมผูกเข้าด้วยกัน
  2. จะเปิดน้ำร้อนให้ไหลผ่านถุงเครื่องเทศที่ผูกไว้ใต้ก๊อก หรือลอยถุงนี้ในอ่างน้ำก็ได้ (ไม่แนะนําสําหรับสตรีมีครรภ์)
  3. เติมความชุ่มชื่น

แก้ไขสภาพผิวแห้งด้วยการนอนแช่น้ำที่มีส่วนผสมของน้ำมันอะโวคาโด หรือน้ำมันจมูกข้าวสาลี 1 ช้อนชา หรือวิตามินอีหนึ่งแคปซูล (เจาะแล้วบีบลงในน้ำ)

  • ใช้สบู่จันทน์หอม สรรหาสบู่จันทน์หอมคุณภาพดี โดยเฉพาะที่ผลิตจากเมืองมายซอร์ในอินเดีย จะได้สบู่ที่มีส่วนผสมเข้มข้นและมีกลิ่นหอม เชื่อว่าช่วยสร้างสมาธิในอินเดียนิยมใช้เพราะให้ความเย็น

อาบเพื่อสุขภาพที่ดี

อาบเพื่อสุขภาพที่ดี

  • เซานาเพื่อสุขภาพ งานวิจัยจากญี่ปุ่นกล่าวว่า การอบไอน้ำ (sauna) เป็นประจําวันละ 15 นาที ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้ ความร้อนทําให้เส้นเลือดขยายตัว เลือดไหลมาหล่อเลี้ยงผิวมากขึ้น ความดันโลหิตลดลง (ไม่เหมาะสําหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูง เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด เส้นเลือดขอด หรือกําลังตั้งครรภ์)

 

  • อาบน้ำทะเล พยายามหาโอกาสไปนอนอาบแช่กลางแจ้งบ้าง ไม่ว่าจะเป็นในทะเล น้ำพุร้อน กลางเขา บ่อโคลน น้ำตก เพราะจะช่วยให้ใจสบายและกายแข็งแรง