ตำนานดาวจูปิเตอร์ เทพซูสผู้ปกครองสวรรค์และเทพโอลิมปัสทั้งปวง ตอนที่ 3

ตำนานดาวจูปิเตอร์ เทพซูสผู้ปกครองสวรรค์และเทพโอลิมปัสทั้งปวง ตอนที่ 3

เรื่องนี้น่าจะเป็นเค้าลางให้ซูสรู้ว่าเฮราเป็นเทวีขี้หึงมากขนาดไหน ความหึงของนางยิ่งทวีขึ้นตามจํานวนปีที่อยู่ด้วยกัน จนกระทั่งเธอขึ้นชื่อดังทั่วสวรรค์ว่าเป็น “มเหสีขี้หึงเหมือนหนึ่งเสือ” ลูกเมียที่นอกเหนือจากเธอจะโดนราวีหนักหนา บางรายแทบเอาชีวิตไม่รอด จนใครๆก็พากันเอือมระอาไปตามๆกัน แต่ถึงแม้ว่าซูสจะได้มเหสีที่แสนจะขี้หึงไล่ตามราวีพระองค์อย่างนั้นแล้ว พระองค์ก็ไม่ได้ยอมหยุดความเจ้าชู้ลงแต่อย่างใด วิถีความรักของพระองค์ยังคงดําเนินต่อไปเรื่อยๆ แค่หลบๆไม่ให้เจอะจังหน้าเสียหน่อยเท่านั้นแหละ แบบนี้ละทําให้เรื่องราวความพิศวาสระหว่างซูสกับสาวงามอื่นที่ไม่ใช่เมียแต่งอย่างเฮรามีอยู่มากมายทีเดียว แต่ในบรรดานางเหล่านั้นมีเรื่องที่จับจิตและมักนํามาเล่าถึงมีอยู่สองสามราย

ด้วยเหตุนี้เอง ตํานานของเฮราและบรรดาสนมของซูสเลยอาจจะเป็นสาเหตุให้นักดาราศาสตร์เกิดแรงบันดาลใจบางอย่างก็คือเมื่อมีการค้นพบดวงจันทร์กาลิเลียนสี่ดวงและจะต้องมีการตั้งชื่อ จึงเอาชื่อของนางงามสามคนกับอีกหนึ่งชายงามที่เป็นมนุษย์ผู้มีประวัติเกี่ยวข้องกับซูสมาใช้โดยไม่เอานามของเฮรา หรือจูโนมารวมไว้ด้วยเลย (คงเห็นว่าตามหึงหวงกันมาพอแล้ว และอยากให้ชื่อนางงามทั้งสามได้มาอยู่รวมกับเทพบดีอย่างมีความสุขบ้างล่ะมั้ง) นางงามทั้งสามคือ คัลลิสโต, ยูโรปา และไอโอ ส่วนอีกหนึ่งหนุ่มนั้นคือแกนีมีดนั่นเอง

คัลลิสโต

ตำนานดาวจูปิเตอร์ เทพซูสผู้ปกครองสวรรค์และเทพโอลิมปัสทั้งปวง ตอนที่ 3

คัลลิสโต-Callisto เป็นสาวงามที่เข้ามาอยู่ในแวดวงสนมชาวมนุษย์ของซูส แต่คัลลิสโตไม่ได้เป็นชื่อดวงจันทร์ของดาวพฤหัสฯอย่างเดียว ยังเป็นที่มาของกลุ่มดาวหมีใหญ่กับหมีเล็กซึ่งเห็นกันมานานตั้งแต่สมัยโพ้น (ดาวกลุ่มนี้คนไทยเราเห็นเป็นดาวจระเข้) ด้วยเรื่องของนางคัลลิสโตค่อนข้างเศร้ามากและเป็นเรื่องที่จับใจคนกรีกมากทีเดียว ภายหลังเมื่อกาลิเลโอพบบริวารของดาว ก็ได้ใช้ชื่อคัลลิสโตเป็นชื่อดวงจันทร์ของดาวพฤหัสฯดวงหนึ่งด้วย

ยูโรปา

ตำนานดาวจูปิเตอร์ เทพซูสผู้ปกครองสวรรค์และเทพโอลิมปัสทั้งปวง ตอนที่ 3

ยูโรปา-Europa เป็นสาวงามชาวมนุษย์ อาศัยอยู่ในฟินีเชีย บนชายฝั่งทะเลอาเดรียติค เรื่องเล่ากันว่าเมื่อซูสได้เล็งทิพย์เนตรมาพบเธอเข้าก็เกิดความปรารถนาในตัวนางทันที พระองค์คิดวิธีเข้าใกล้ด้วยการแปลงร่างเป็นวัวขาวรูปร่างงดงามเดินเข้าไปหาระหว่างที่นางกําลังเพลิดเพลินเดินเล่นอยู่กับบรรดาสาวใช้ที่ชายฝั่ง เมื่อยูโรปาเห็นวัวแปลงที่สวยงามและดูเชื่องก็อดเข้าไปลูบคลำคลอเคลียเล่นไม่ได้ ยิ่งเห็นมันเดินตาม เธอก็ยิ่งชอบใจถึงขนาดร้อยมาลัยประดับเขาวัวให้ ในที่สุดยูโรปาไว้ใจถึงกับลองขึ้นนั่งขี่หลัง เท่านั้นล่ะวัวจําแลงก็พาเธอเหาะขึ้นฟ้าแล้วโผนลงทะเลว่ายไปยังเกาะครีต แสดงร่างจริงและได้นางยูโรปาที่ใต้ต้นไม้ตรงนั้นเอง

ในเมื่อยูโรปาเป็นมนุษย์คนแรกที่มาถึงส่วนนี้ของโลกตามที่ผู้สร้างตํานานเทพได้สร้างขึ้น ก็เลยมีการเรียกทวีปซึ่งกรีซเป็นส่วนหนึ่งว่า “ยุโรป” เพื่อเป็นเกียรติแก่นางยูโรปา

ดูเหมือนในบรรดาสนมลับของซูส นางยูโรปาจะเป็นคนเดียวที่มีความสุขมากที่สุด หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเธอเป็นคนแรกๆที่ยังไม่ถูกเฮราจับได้ก็ได้ เพราะว่าเธอมีความสุขดีอยู่ที่เกาะครีตและมีลูกชายถวายแด่เทพซูสสามคนคือ ไมนอส-Minos ราชาแห่งครีตที่จะกล่าวถึงกันต่อไป ราดาแมนธัส-Rhadamanthus ผู้ได้ชื่อว่าเป็นผู้รู้กฎหมายของชาวกรีกดีที่สุด และซาร์พีดอน-Sarpedon

ไอโอ

ตำนานดาวจูปิเตอร์ เทพซูสผู้ปกครองสวรรค์และเทพโอลิมปัสทั้งปวง ตอนที่ 3

ไอโอ-lo เป็นชื่อดวงจันทร์อีกดวงหนึ่งของดาวพฤหัสฯ สังกัดอยู่ในดวงจันทร์กลุ่มกาลิเลียน ชื่อ “ไอโอ” ได้มาจากเจ้าหญิงแสนสวยองค์หนึ่งซึ่งมีกรรมจะต้องตกเป็นชายาของซูส และต้องประสบชะตากรรมเพราะความขี้หึงของเฮราแบบเดียวกับสนมลับคนอื่นๆ

เรื่องก็มีอยู่ว่า ไอโอผู้นี้เป็น ราชธิดาของพระเจ้าอินาคัส ซึ่งครองนครรัฐแห่งหนึ่งในเอเชียไมเนอร์ ความงามของนางล่วงรู้ไปถึงหูจอมเจ้าชู้แห่งสวรรค์ ซูสส่องทิพย์เนตรลงมาเห็นว่านางช่างงาม สมคําร่ำลือจริงเสียด้วย พระองค์จึงหาทางรับตัวนางไอโอมาร่วมอภิรมย์จนสําเร็จ ทว่าความสุขของซูสก็มีอยู่ไม่นานนัก เฮราก็เริ่มได้กลิ่นทะแม่งๆตามประสาเมียผู้มีสัมผัสพิเศษเรื่องนี้ดี เธอเริ่มสงสัยว่าทําไมพระสวามีอยู่ๆก็ทําตัวลึกลับ แว่บหายๆเป็นประจํา จึงโผล่ไปหาซูสแบบไม่มีการนัดหมายล่วงหน้า เล่นเอามหาเทพแทบหงายหลังตกเก้าอี้ และในวินาทีระทึกนั้นเอง ซูสก็เปลี่ยนร่างของไอโอให้เป็นนางวัวขาวทันท่วงทีพอดี

เฮราจับไม่ได้คาหนังคาเขา แต่ก็ยังไม่สิ้นสงสัย นางแปลกใจที่เห็นสวามีอยู่กับวัว จึงทูลขอนางวัวไอโอไปเลี้ยง ซูสเกรงว่าหากปฏิเสธจะยิ่งเป็นพิรุธ จึงทรงยอมยกวัวแปลงให้ไป เฮราจัดการให้อสุรกายพันตาคอยเฝ้าดูวัวน้อยไว้ ข้างซูส เมื่อยกนางวัวแปลงให้มเหสีใหญ่ไปก็เป็นทุกข์ตรอมตรมกินไม่ได้นอนไม่หลับ เมื่อไม่รู้จะทํายังไงดี เลยหันหน้ามาปรึกษาเฮอร์มิสผู้มีเชาวน์ไว เฮอร์มิสจึงออกอุบายจัดการให้พระบิดา เขาไปหาอาร์กัส เป่าขลุ่ยให้ยักษ์ฟัง เพลงนั้นเล่าเรื่องราวความรักระหว่างแพนและนางไม้ไซริงซ์ อาร์กัสไม่เคยได้ฟังเพลงที่มีท่วงทํานองไพเราะชวนเคลิ้มฝันมาก่อนเพียงครู่เดียวยักษ์ก็ตกอยู่ในภวังค์แห่งนิทรารมณ์ ดวงตาทั้งพันปิดสนิท เฮอร์มิสได้ที่ก็สังหารอาร์กัสแล้วปล่อยนางวัวไอโอไป

เฮราตามมาพบศพอาร์กัสก็โมโหโกรธายิ่งนัก พระนางได้นําตาทั้งพันของอาร์กัสไปประดับที่แววหางนกยูงอันเป็นสัตว์ประจําพระองค์ ทําให้สัตว์ปีกชนิดนี้มีแววหางสวยงามตั้งแต่นั้นมา ครั้นแล้วเฮราก็ส่งตัวเหลือบตามล่านางวัว ตัวเหลือบเสกบินตามไปจนทัน ต่อยเข้าที่สีข้างวัวไอโอ ทําให้นางเจ็บปวดดิ้นทุรนทุราย วิ่งกระเสือกกระสนจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งแบบไม่ได้หยุดพัก กลายเป็นว่าต้องพเนจรไปทั่วโลก (โลกในความหมายของสมัยนั้นไม่ไกลเกินยุโรปนะครับ)

จุดหนึ่งไอโอข้ามช่องแคบที่แบ่งแยกยุโรปกับเอเชียตรงที่อิสตันบูลตั้งอยู่ ทําให้ช่องแคบนี้ได้ชื่อว่า บอสพอรัส (Bosphorus) หมายความว่าทางโคข้าม จากนั้นไอโอยังได้ว่ายข้ามช่องแคบยาวของทะเลเมดิเตอเรเนียนซึ่งแยกกรีซออกจากอิตาลี ทะเลบริเวณนั้นจึงได้ชื่อว่าทะเลไอโอเนียน ไอโอวิ่งวิ่งวิ่งและวิ่งเป็นระยะทางยาวไกลทั้งสาหัสและทุกข์ทรมานจนกระทั่งไปถึงอียิปต์อันเป็นที่ที่ไกลเกินความสนใจของเฮรา ตรงนั้นเองที่ซูสปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง เสกให้นางกลายเป็นสาวสวยเหมือนเดิม ไอโอตั้งรกรากอยู่ที่นั่นและมีลูกชายถวายซูสคนหนึ่งคือ เอพพาฟัส-Epaphus กว่าจะมีความสุขเล่นเอาเกือบตาย

แกนีมีด

Ganymede

หนุ่มคนนี้เป็นโอรสของราชาทรอส-Tros แห่งดาร์ดาเนีย ซึ่งนับเป็นหนุ่มรูปงามมากคนหนึ่งในโลกโบราณ ถึงขนาดที่ผู้คนต่างพากันเดินทางมาค่อนโลกขอยลร่างเปลือยของเขายามที่อยู่ในชุดวันพีช คือสวมหมวกหนึ่งใบวางแปะไว้บนหัว

ความหล่อเหลาของแกนีมีด-Ganymede ไปเตะตาซูสเข้า และแล้วมหาเทพผู้เปี่ยมในความรักแก่คนรูปร่างงดงามทั้งสองเพศก็เสด็จลงมาตกลงกับทรอส-ผู้เป็นบิดาของแกนีมีด ด้วยการขอแลกโอรสผู้นี้กับม้าสวรรค์ฝีเท้าปานลมกรดฝูงหนึ่ง แม้ว่าทรอสจะไม่อยากได้ม้าหรือไม่อยากเสียลูก แต่จะทําไงได้ ก็ต้องยอมไปตามระเบียบ จากนั้นซูสก็แปลงกายเป็นนกอินทรียักษ์พาเอาหนุ่มแกนีมีดขึ้นไปไว้บนโอลิมปัส เรื่องว่าซูสจะได้เชยชมชายหนุ่มผู้นี้หรือไม่ก็คงต้องตีความกันเอาเอง ตั้งแต่นั้นแกนีมีดจึงกลายเป็นผู้เชิญถาดเครื่องดื่มอมฤตของเทพแทนเทวีฮีบี และเป็นสัญลักษณ์ของราศีกุมภ์อีกด้วย (คลิก ที่นี่ เพื่ออ่านต่อ)

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet