ตำนานดาวจูปิเตอร์ เทพซูสผู้ปกครองสวรรค์และเทพโอลิมปัสทั้งปวง ตอนที่ 4

ตำนานดาวจูปิเตอร์ เทพซูสผู้ปกครองสวรรค์และเทพโอลิมปัสทั้งปวง ตอนที่ 4

นอกจากดวงจันทร์ดวงใหญ่ทั้งสี่แล้ว ดาวพฤหัสฯยังมีดวงจันทร์อื่นๆอีก 65 ดวง ซึ่งเล็กกว่าและไม่ค่อยกลม ที่น่าสนใจมีอีก 6 ดวง คือ อมัลเชีย, ไฮเม เลีย, ธีบี, เอลารา, พาซิฟาอี, คาร์มี และในจํานวนหกดวงที่ว่า มีชื่อที่พอหาได้ว่าเกี่ยวข้องกับซูส ชื่อหนึ่งนะเกี่ยวอย่างใกล้ชิดคือ อมัลเธีย เป็นชื่อของนางแพะที่เลี้ยงดูซูสตั้งแต่วัยเด็ก กับอีกชื่อหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องอยู่เหมือนกันคือ พาซิฟาอี แต่เป็นการเกี่ยวข้องแบบแปลกๆอยู่เหมือนกัน

พาซิฟาอี

พาซิฟาอี-Pasiphae

น่าแปลกใจอยู่เหมือนกันที่ทําไมนักดาราศาสตร์ถึงเอาชื่อนี้ไปเป็นชื่อดวงจันทร์ของดาวพฤหัสฯ เพราะพาซิฟาอี-Pasiphae ชื่อนี้เป็นชื่อของมเหสีกษัตริย์ไมนอส ไมนอสซึ่งเป็นลูกของซูสกับนางยูโรปานั่นล่ะ นับไปนับมาก็คือลูกสะใภ้ของซูสเอง ประวัติของพาซิฟาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับซูสเลยสักนิด หรือจะเพราะว่าเจ้าหล่อนเป็นพวกรักวัวเช่นเดียวกับซูสก็ไม่รู้ นักดาราศาสตร์เลยเอาชื่อมาเป็นชื่อดวงจันทร์ของดาวพฤหัสฯซะเลย

ประวัติของพาซิฟาอีเกี่ยวกับวัวเริ่มขึ้นที่เกาะครีตดังนี้ เรื่องเริ่มในช่วงที่ไมนอสพยายามจะก้าวขึ้นสู่บัลลังก์กษัตริย์ของครีต ชะรอยว่าคนครีตอาจไม่ค่อยชอบไมนอสสักเท่าไหร่ เขาจึงต้องพยายามชนะใจชาวครีตเสียก่อน และในเมื่อศาสนาหรือสิ่งเคารพสูงสุดของเมืองนี้ไม่มีอะไรเกินเทพเจ้า และก็คือเทพเจ้าโพไซดอนเสียด้วย ไมนอสก็เลยเสี่ยง เขาประกาศแก่คนทั้งหลายว่าตนสมควรเป็นกษัตริย์แห่งครีต โดยอ้างเอาเทพเป็นพยานว่าแม้แต่โพไซดอนก็เห็นดีเช่นกัน ชาวครีตก็เลยร้องท้าให้ไมนอสอ้อนวอนเจ้าแห่งสมุทรส่งวัวพ่วงพีขึ้นมาจากทะเลให้ดูเป็นประจักษ์พยานยืนยันว่าไม่ได้โม้นะ ไมนอสรับคําท้าและยังว่าเทพเจ้าจะตอบรับคําขอของเขาทุกข้อ

ถึงชาวครีตอาจไม่ค่อยพอใจไมนอสสักเท่าไหร่ แต่ก็ยอมตามไปชายหาดเพื่อดูปาฏิหาริย์ ไมนอสตั้งพิธีวิงวอนแต่เทพให้พระองค์ส่งวัวมาให้เป็นการยืนยันคําขอ และสัญญาว่าจะฆ่าวัวตัวนั้นเป็นการบูชายัญเพื่อเป็นการสรรเสริญพระเกียรติแห่งโพไซดอน เจ้าแห่งสมุทรได้ฟังคําขอก็ทําตามจริงๆ พระองค์ส่งวัวขาวพ่วงพี่งดงามตัวหนึ่งว่ายตรงเข้าฝั่ง เหตุนี้ล่ะเองที่ทำให้คนครีตเชื่ออภินิหารที่เห็น เลยยกไมนอสขึ้นเป็นกษัตริย์อย่างที่ต้องการ

ตามธรรมเนียมของชาวกรีก สิ่งใดที่เทพเจ้าส่งมายืนยันคําพูดของพระองค์ ผู้ที่ใช้สิ่งนั้นเสร็จหรือได้รับสิ่งที่ต้องการแล้วต้องส่งของคืน ในกรณีนี้ต้องคืนวัวอย่างที่สัญญาเหมือนกัน และวิธีคืนก็คือฆ่าบูชายัญอย่างที่บอกไว้ แต่ปรากฏว่าไมนอสไม่ทําสิ่งที่ควรทํา แทนที่จะบูชายัญวัวตัวนั้น เขากลับเก็บมันไว้แล้วบูชายัญวัวธรรมดาๆไปแทน ส่วนวัวขาวที่สวยเกินกว่าจะเชือดลงตัวนั้นก็ปล่อยไว้กับฝูงสัตว์หลวง

โพไซดอนเจ้าสมุทรซึ่งได้รับการบูชายัญอย่างบิดเบือน ย่อมรู้สึกคั่งแค้นกับเล่ห์เหลี่ยมไม่ชื่ออย่างที่ไมนอสทํากับพระองค์ยิ่งนัก และแล้วพระองค์ก็คิดหาวิธีดัดหลังเจ้าคนโฉดได้ โพไซดอนสาปให้พาซิฟาอี มเหสีของไมนอสหลงรักวัวตัวที่ไม่ยอมบูชายัญคืน พาซิฟาอีต้องคําสาป นางเฝ้าถนอมลูบโลมเจ้าวัวตัวผู้พ่วงพีตัวนั้นประดุจมันเป็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลางดงาม แค่นั้นยังไม่โจ๋งครึ่มสะใจ เมื่อความรักสุกงอม เธอก็หาทางร่วมภิรมย์กับเจ้าวัวนั่น เธอสั่งให้ตามตัวแดดาลัส นักประดิษฐ์ตัวยงมาที่ครีต เพื่อให้ทําอะไรอย่างหนึ่งที่น่าตระหนกสําหรับราคะของนาง นั่นคือสั่งให้เขาทําแม่วัวปลอมเพื่อตบตาเจ้าวัวหนุ่ม โดยนางเองจะเข้าไปหมอบสวมรอยอยู่ใต้ร่างแม่วัวปลอมนี้ คอยท่าวัวงามของโพไซดอนมาร่วมภิรมย์

หลังจากพาซิฟาอีมีอะไรๆกับวัวหนุ่มไม่นาน นางก็ตั้งครรภ์ ครั้นครบถ้วนทศมาส นางก็คลอดบุตรออกมา ความลับทั้งหลายที่พึงปิดบังมานานก็แตกโพละ ในเมื่อพยานรักต่างพันธุ์เป็นทารกประหลาดที่มีหัวเป็นวัวตัวเป็นคน

ไมนอสกระอักเพราะความอับอาย พระองค์เพิ่งนึกได้ว่านี่คือการแก้แค้นที่เจ้าสมุทรเล่นงานตน แม้ว่าจะต้องการสังหารเจ้าเด็กปีศาจเพียงไร แต่ไมนอสก็ต้องทนขมขื่นเลี้ยงมันไว้ เพราะพระองค์เกรงว่าหากทําอะไรให้เป็นการขุ่นเคืองโพไซดอนซ้ำ สอง คราวนี้ครีตอาจไม่พ้นความพินาศ

ชาวครีตพากันเรียกขานมันว่า มิโนทอร์ Minotaur โอรสวัวแห่งไมนอส มันเป็นสัตว์ประหลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่ช้าเขาเล็กๆของมันก็ใหญ่เป็นวงกว้างกว่าแขนคน และกลายเป็นสัตว์กระหายเลือด ต้องการกินเนื้อคนเป็นอาหาร

Labyrinth

ไมนอสได้ทําสิ่งหนึ่งที่จะสามารถยับยั้งสัตว์ร้ายไม่ให้ออกไปเพ่นพ่านตามอําเภอใจ ด้วยการสั่งให้แดดาลัสนักประดิษฐ์สร้างคุกที่ไม่มีทางออกไว้ขังเด็กปีศาจตนนี้ แดดาลัสก็สร้างห้องโถงที่มีทางเข้าทางออกวกวนน่าเวียนหัว มีทั้งชั้นล่างชั้นบน เรียกกันว่า ลาปิรินธ์-Labyrinth แปลเป็นไทยได้ว่าเขาวงกต (อันที่จริงสถานที่ทั้งสองนี้ไม่เหมือนกัน ลาบีรินธ์ เป็นคล้ายๆกําแพงซ้อนกัน มีทางตันบ้าง ทางโผล่ได้บ้าง ถ้าเรามองจากด้านบนคงเห็นทางไปไม่ยาก แต่ลองจินตนาการดูว่าเราถูกย่อให้เหลือตัวเล็กแล้วหลงอยู่ในกําแพงที่มีขนาดสูงท่วมหัว มีทางเปิดอยู่ตรงนั้นบ้าง ตรงนี้บ้าง เราจะหาทางออกได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ส่วนคําว่าเขาวงกต คือภูเขาลูกหนึ่งอยู่ที่เชิงป่าหิมพานต์ในประเภทตํานานความเชื่อของคนไทย ที่นี่มีต้นไม้ขึ้นทึบหนาแน่นจนหาทางออกไม่ได้เหมือนกัน อาจเป็นเพราะความคล้ายก็เลยอนุโลม เอาคําว่าเขาวงกตมาใช้เป็นคําแปลของลาบีรินธ์) มิโนทอร์กับลาบีรินธ์ก็เลยเป็นของคู่กันชนิดแยกไม่ออก และเพราะคุกนี้แหละ มิโนทอร์ก็หาทางออกไปไม่ได้จริงๆเสีย ด้วย

เรื่องของพาซิฟาอีและมิโนทอร์ก็มีอยู่เท่านี้ ถ้าเราจะคิดเอาว่าการที่มันถูกขังลืมอยู่ในเขาวงกตน่าจะเป็นจุดสิ้นสุด แต่ไม่ใช่ยังงั้น บังเอิญเหลือเกินว่ามันมีเรื่องต่อมาด้วยก็ตอนที่มิโนทอร์เกิด ลูกชายสุดรักของไมนอสชื่อแอนโดรจีอัส-Androgeus ได้เดินทางไปแข่งกีฬาโอลิมปิกที่เอเธนส์ แอนโดรจีอัสเป็นคนมีความสามารถ เขาจึงชนะการแข่งขันหลายรายการ ทําให้ชาวเอเธนส์ไม่พอใจ ก่อนที่เขาจะชนะในกีฬาอีกครั้ง ชาวเอเธนส์ที่ไม่มีน้ำใจนักกีฬาก็ลากเขาไปเชือดหลังพุ่มไม้

ไมนอสรู้ข่าวด้วยหัวใจที่ช้ำซ้ำสอง ความเดือดดาลจากเคราะห์กรรมซ้ำแล้วซ้ำอีกทําให้แรงพิโรธมากขึ้นเป็น สองเท่า พระองค์กรีฑาทัพเข้าล้างแค้น กองทัพเรือครีตโอบล้อมและเข้าตีจนชาวเอเธนส์ยอมแพ้ ไมนอสยื่นข้อเสนอโหดเพื่อกดหัวชาวเอเธนส์ไม่ให้เงยหน้า คือให้เอเธนส์ส่งหญิงสาวเจ็ดคน ชายหนุ่มเจ็ดคนลงกระบวนเรือที่ชักใบดําส่งไปครีตให้มิโนทอร์รับประทานทุกปี เพื่อเป็นการเตือนให้ระลึกว่าอย่างไรเสียเอเธนส์ก็ไม่มีวันพ้นเงื้อมมือครีตไปได้

ชาวเอเธนส์ต้องทนขมขื่นรับความพ่ายแพ้และต้องส่งหญิงชายตามจํานวนที่ไมนอสยื่นข้อเสนอมาตลอดยี่สิบเจ็ดปี ในปีที่ยี่สิบเจ็ดนั่นเองก็เกิดวีรบุรุษขึ้น เขาคือธีสซิอัส-Theseus โอรสแห่งราชาอีจีอัสแห่งเอเธนส์ เวลานั้นเขาโตเป็นหนุ่มเต็มที่ มีความสามารถในเชิงอาวุธและการต่อสู้เพียบพร้อม ธีสซิอัสสงสารเหยื่อกรรมพวกนี้มากจึงขอแลกที่กับเหยื่อเคราะห์ร้ายรุ่นใหม่ที่จะโดนเชือด มิไยที่ราชาอีจีอัสจะห้ามปรามไม่อยากให้ลูกรักต้องตาย แต่ธีสซอสก็ว่าเขาจะต้องเป็นคนฆ่ามิโนทอร์ให้ได้และจะกลับมาหาพระบิดา ด้วยถึงอีจีอัสจะไม่อยากให้ลูกชายไปแต่ก็ทนรบเร้าไม่ไหว พระองค์จึงขอให้สัญญาเพียงแต่ว่า เมื่อกลับมาให้ใช้ใบเรือขาวเพื่อเป็นสัญญาณแต่ไกลว่าลูกปลอดภัย ธีสซิอัสก็รับคําแม้ว่าตอนนั้นจะยังคิดไม่ออกเลยว่าจะจัดการกับสัตว์ประหลาดมิโนทอร์ยังไงดี ว่าแล้วเขาก็ลงเรือที่ใช้ใบสีดําเดินทางไปเกาะครีต

เรื่องมาสําเร็จลงได้เพราะความรักเป็นเหตุ เมื่อธีสซิอัสไปถึงครีต เดินแถวขึ้นเกาะตามประสาเชลย อาริแอดนี-Ariadne ธิดาของไมนอสนั้นแหละที่เห็นเข้าและเกิดตกหลุมรักเจ้าชายหนุ่มเข้าอย่างจัง เธอจึงหาทางช่วยด้วยการยัดกลุ่มด้ายเข้าในมือ เมื่อทหารยามผลักธีสซิอัสเข้าไปในเขาวงกต ธีสซิอัสรู้ว่าอาริแอดนีกําลังหาทางช่วยด้วยว่ามิโนทอร์และลาบีรินธ์มีความน่ากลัวพอกัน มิโนทอร์ สัตว์ประหลาดมีพละกําลังเกินคนกระหายเลือดและต้องการฆ่า ยิ่งมันถูกขังเดียวดายก็ยิ่งดุหนัก

เรื่องนี้เป็นปัญหาของเขาที่จะต้องใช้ไหวพริบและความสามารถในการรบช่วงชิงชัยชนะเอาเองให้ได้ เจ้าชายหนุ่มไม่ได้กลัวปัญหานี้เลย เขากลับกลัวลาปิรินธ์มากกว่า ในเมื่อเขาวงกต ลาปิรินธ์ ใช่ว่าเข้าไปแล้วจะออกได้ง่ายๆ ความวกวนและเวียนไปมาทําให้คนเข้าไปแล้วหลงทางกันทั้งนั้น ถึงจะฆ่ามิโนทอร์ได้แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ตาย อาจหาทางออกไม่ได้ อดตายอยู่ในลาบีรินธ์ก็มีสิทธิ์เป็นไปได้สูง ดังนั้นเมื่ออาริแอดนียัดกลุ่มด้ายใส่มือให้มา เขาจึงรู้อุบายทันที

ธีสซิอัสโรยด้ายมาตามทางเดินพลางก็คอยเงี่ยหูฟังเสียงมิโนทอร์อย่างระมัดระวัง จนมาถึงทางคดเคี้ยวแห่งหนึ่ง ฉับพลันเขาได้ยินเสียงฝีเท้าคนตามด้วยเสียงหายใจฟืดฟาดหนักหน่วงของวัว เท่านั้นก็บอกให้รู้ว่าเจอมิโนทอร์เข้าแล้ว ธีสซิอัสเพียงเหลียวไปก็เห็นมันกําลังพุ่งเข้าหา เขาเบี่ยงหลบทันควัน มิโนทอร์รุกไล่แต่ธีสซิอัสก็ว่องไวมาก สามารถกระโดดหลบหลีกสัตว์ประหลาดจนมันไม่สามารถทําอะไรได้ ระหว่างที่กําลังพัลวันอยู่นั้นเอง ธีสซิอัสได้ที่คว้าเขามิโนทอร์ได้ใช้กําลังยัน จนมันตกเป็นเบี้ยล่าง มิโนทอร์ร้องดังด้วยความโกรธ เสียงของการต่อสู้ระหว่างวัวประหลาดกับมนุษย์ผู้แข็งแรงดังออกไปนอกเขาวงกต และแล้วผู้คนก็ได้ยินเสียงเจ้าชายจับเขาตัวมิโนทอร์ออกแรงบิดอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ทําให้คอของมันหักสนั่น มิโนทอร์แห่งครีตก็สิ้นชื่อในบัดดล

เรื่องมันน่าจะจบแค่นี้แต่ก็ไม่อีกแหละตามประสาตํานานกรีกที่ดี ยังต้องมีรักรันทดโศกสลดกันต่อไป หลังจากฆ่ามิโนทอร์ได้ ธีสซิอัสเดินตามเส้นด้ายออกมาข้างนอก เขาหาทาง ชหนีกษัตริย์ไมนอสออกจากครีต แต่การจะไปเดี๋ยวไม่สนใจราชธิดาอาริแอดนีก็เกินไป เขาจึงพาเธอหนีมาด้วยกันให้พ้นอาญาไมนอส กระนั้นคงจะเป็นด้วยเจ้าหญิงมีใจกับเขาเพียงฝ่ายเดียว โดยที่เขาไม่คิดมีจิต ปฏิพัทธ์ตอบกับนางเลย

Ariadne

เมื่อเดินทางไปถึงเกาะแนกซอสและขึ้นไปพักผ่อน นางเผลอหลับไป ธีสซิอัสก็ทิ้งนางไว้ที่นั่นเลยไม่เอากลับไปเอเธนส์ด้วย (อาริแอดนีผู้นี้ ต่อไปเทพไดโอไนชัสมาพบเข้า จนหลงรักและได้นางเป็นสนม แต่ตํานานหนึ่งก็จบลงด้วยความเศร้า เล่าว่าหลังจากพบรักกับไดโอไนซัสได้ไม่นานนักนางก็ตาย) และอาจเป็นเพราะไม่รู้คุณคนหรือเปล่าก็ไม่รู้กรรมเลยสนอง ทําให้ธีสซิอัสลืมเปลี่ยนใบเรือเป็นสีขาวตามสัญญาณที่ตกลงกันไว้กับบิดา เมื่อราชาอีจีอัสเห็นใบเรือยังเป็นสีดํา แสดงว่าลูกตายแล้วก็เสียใจเป็นอันมาก โดดหน้าผาลงมาตายก่อนที่เรือจะเข้าเทียบท่า ทะเลตรงนั้นเลยได้ชื่อว่าทะเลอีเจี้ยนเพราะความรักที่บิดามีต่อบุตรตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet

ตำนานดาวจูปิเตอร์ เทพซูสผู้ปกครองสวรรค์และเทพโอลิมปัสทั้งปวง ตอนที่ 3

ตำนานดาวจูปิเตอร์ เทพซูสผู้ปกครองสวรรค์และเทพโอลิมปัสทั้งปวง ตอนที่ 3

เรื่องนี้น่าจะเป็นเค้าลางให้ซูสรู้ว่าเฮราเป็นเทวีขี้หึงมากขนาดไหน ความหึงของนางยิ่งทวีขึ้นตามจํานวนปีที่อยู่ด้วยกัน จนกระทั่งเธอขึ้นชื่อดังทั่วสวรรค์ว่าเป็น “มเหสีขี้หึงเหมือนหนึ่งเสือ” ลูกเมียที่นอกเหนือจากเธอจะโดนราวีหนักหนา บางรายแทบเอาชีวิตไม่รอด จนใครๆก็พากันเอือมระอาไปตามๆกัน แต่ถึงแม้ว่าซูสจะได้มเหสีที่แสนจะขี้หึงไล่ตามราวีพระองค์อย่างนั้นแล้ว พระองค์ก็ไม่ได้ยอมหยุดความเจ้าชู้ลงแต่อย่างใด วิถีความรักของพระองค์ยังคงดําเนินต่อไปเรื่อยๆ แค่หลบๆไม่ให้เจอะจังหน้าเสียหน่อยเท่านั้นแหละ แบบนี้ละทําให้เรื่องราวความพิศวาสระหว่างซูสกับสาวงามอื่นที่ไม่ใช่เมียแต่งอย่างเฮรามีอยู่มากมายทีเดียว แต่ในบรรดานางเหล่านั้นมีเรื่องที่จับจิตและมักนํามาเล่าถึงมีอยู่สองสามราย Continue reading ตำนานดาวจูปิเตอร์ เทพซูสผู้ปกครองสวรรค์และเทพโอลิมปัสทั้งปวง ตอนที่ 3

ตำนานดาวจูปิเตอร์ เทพซูสผู้ปกครองสวรรค์และเทพโอลิมปัสทั้งปวง ตอนที่ 2

เขาโอลิมปัส ที่อยู่แห่งเทพโอลิมเปียน

เขาโอลิมปัส ที่อยู่แห่งเทพโอลิมเปียน

พวกเทพอาศัยอยู่ด้วยกันในวังขนาดมหึมาบนยอดเขาโอลิมปัส เป็นเขาสูงเยี่ยมเหนือเมฆในเธสซาลี ทางเข้าเป็นประตูเมฆขนาดใหญ่ มีเทพีแห่งฤดูกาลคอยรักษา เทพีจะเป็นผู้อนุญาตการผ่านออกจากสวรรค์ลงไปยังโลกมนุษย์และรับพวกเขากลับ ภายในวังขนาดมหึมานั้นเป็นที่อยู่อาศัยของเทพต่างๆ แต่ละองค์ต่างมีที่อยู่ของตัวเอง แต่ทุกผู้ที่นั่นเมื่อถูกเรียกหาก็จะไปชุมนุมกันในห้องสภาของซูสเช่นเดียวกับเทวาที่ไม่ได้อยู่ ณโอลิมปัส ไม่ว่าเทพแห่งปรโลก เทพแห่งโลก หรือเทพแห่งทะเล จะมาที่นี่เมื่อมีโองการของซูสเช่นกัน Continue reading ตำนานดาวจูปิเตอร์ เทพซูสผู้ปกครองสวรรค์และเทพโอลิมปัสทั้งปวง ตอนที่ 2