ตำนานดาวจูปิเตอร์ เทพซูสผู้ปกครองสวรรค์และเทพโอลิมปัสทั้งปวง ตอนที่ 1

ตำนานดาวจูปิเตอร์ เทพซูสผู้ปกครองสวรรค์และเทพโอลิมปัสทั้งปวง

ดาวพฤหัสบดี จูปิเตอร์-Jupiter โคจรห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลําดับที่ 5 และอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ราว 778.3 ล้านกิโลเมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 142,984 กิโลเมตร โคจรรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลา 11.9 ปี ใช้เวลาหมุนรอบตัวเอง 9.50 ชั่วโมง มวลของดาวพฤหัสฯ คือฮีเลียมและไฮโดรเจน บรรยากาศประกอบด้วยฮีเลียมและไฮโดรเจนเป็นส่วนใหญ่

ดาวพฤหัสฯเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ (ไม่นับดวงอาทิตย์) เป็นดาวเคราะห์ชั้นนอกที่เป็นดาวเคราะห์ก๊าซรวมตัวขึ้นเป็นดาว ดาวเคราะห์ชั้นนอกนับแต่ดาวพฤหัสฯออกไปเป็นดาวเคราะห์ก๊าซ (ยกเว้นดาวพลูโต) แต่ก็ยังเป็นดาวที่มีมวลมากที่สุดมากกว่าสองเท่าของดาวเคราะห์อื่นๆในระบบสุริยะรวมกัน ความที่เป็นดาวเคราะห์ก๊าซ ดาวพฤหัสฯจึงไม่มีผิวดาวที่แน่นอน ขอบของดาวจะเบาบางลงและหายไปในบรรยากาศ แต่มันมีชั้นแบ่งชัดเจนเนื่องจากสีเมฆของก๊าซต่างๆ

ดาวพฤหัสฯหมุนรอบตัวเองด้วยเวลาเกือบสิบชั่วโมงซึ่งนับว่าเร็วมากสําหรับดาวใหญ่ขนาดนี้ บนผิวดาวจึงมีลมพัดแรงและฟ้าผ่าอยู่ทั่วไปตลอดเวลา การหมุนรอบตัวเองด้วยอัตราเร็วมากยังทําให้เกิดสนามแม่เหล็กซึ่งมีความเข้มมากกว่าสนามแม่เหล็กของโลกถึง 19,000 เท่า เป็นสนามแม่เหล็กที่ปกป้องดาวและดวงจันทร์ของดาวจากลมสุริยะ และอนุภาคพลังงานสูงจากดวงอาทิตย์

ดาวพฤหัสฯมีวงแหวนด้วย เป็นวงแหวนที่ประกอบด้วยฝุ่นผงกว้างประมาณ 6,400 กิโลเมตร แต่หนาเพียง 10 เซนติเมตร และแทบจะไม่สะท้อนแสง มีดวงจันทร์ของดาวมากที่สุดเท่าที่สํารวจพบในขณะนี้ 69 ดวง แต่ดวงจันทร์ที่ชาวโลกรู้จักเก่าแก่ที่สุดเป็นกลุ่มดวงจันทร์สีดวงที่เรียกว่าดวงจันทร์กาลิเลียน-Galilean Moons เพื่อเป็นเกียรติแก่ กาลิเลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei) ผู้ส่องกล้องดูดาวเห็นเป็นปีแรก เมื่อ ค.ศ. 1610

นอกจากดาวพฤหัสฯ เขาพบดวงจันทร์ใหญ่สีดวงที่มีขนาดเท่าดวงจันทร์ของโลกเราหรือไม่ก็ใหญ่กว่า แต่แรกเขาให้ชื่อดาวกลุ่มนี้ว่า ดวงดาวของคอสโม -Cosmica Sidera แต่ไม่ค่อยมีใครประทับใจเท่าไหร่ กระทั่งนักดาราศาสตร์ ไซมอน มาริอัส-Simon Marius ส่องกล้องเห็นดวงจันทร์กลุ่มนี้ในเวลาไล่เลี่ยกับกาลิเลโอเสนอ ชื่อเรียกแต่ละดวงตามบรรดาชื่อผู้เกี่ยวข้องฉันชู้รักไม่ว่าหญิงหรือชายในตํานานของซูสว่า ไอโอ, ยูโรปา, แกนีมีด และคัลลิสโต

คนก็กลับนิยมเรียกดาวสี่ดวงตามชื่อในตํานานกรีก แต่อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นเกียรติแก่กาลิเลโอที่ได้ส่องกล้องประดิษฐ์เองจนสามารถเห็นดวงจันทร์กลุ่มนี้ได้ จึงเรียกรวมกลุ่มดวงจันทร์ทั้งสี่ดวงนี้ว่า “ดวงจันทร์กาลิเลียน”

หมายเหตุ: ดวงจันทร์ทั้ง 69 ของดาวพฤหัสฯมีที่ใช้นามตามปกรณัมกรีกดังนี้ (ที่เหลือใช้ชื่ออื่น) กลุ่มแรกคือกลุ่มดวงจันทร์กาลิเลียน (Galilean Moons) ได้แก่ ไอโอ-lo, ยูโรปา-Europa. แกนีมีด-Ganymede และคาลิสโต-Callisto

ส่วนดวงอื่นที่ใช้นามกรีกคือ อมัลเชีย-Amalthea, ไฮเมเลีย-Himala, เอลารา-Elara, พาซีฟาอี-Pasiphae, ซิโนพี-Sinope, ไลสิเธียเysithea, คาร์มี-Carme, อนานกี-Ananke, ลิดา-Leda, มีทิส-Metis, อดราสเทีย-Adrasted ธีบี-Thebe, คาลลีโรอี-Calirrhoe, เธมิสโต-Themisto, แคลิก-Kalyke, ไอโอแคสติ-locaste เอริโนมี-Erinome, ฮาร์แพลิก-Harpalyke, ไอซอนโนอี-Isonoe, แพรกซิดิก-Praxidike, เมกาไคลดี-Megaclite, เทย์จิต-Taygete, – คดีนี-chaldene, ออโตโนอี-Autonoe, ไธโอน (หรือก็คือเซมิลี)-Thyone, เฮอร์มิพพ-Hermione, อริโดมี-Eurvdome, สปอนดี-Sponde, ปาสิธี-Pasithee, ยูแอนธี-Euanthe, เคย์ลี-Kae, ออโธซี-Orthosie, ยูพอรี -Euporie และเอทนี-Aitne

ตำนานจูปิเตอร์

เทพบดีจูปิเตอร์ Jupiter

ชื่อกรีก : เทพบดีซูส Zeus
ชื่อโรมัน : เทพบดีจูปิเตอร์ Jupiter

จูปิเตอร์เป็นชื่อฝรั่งที่เราใช้เรียกดาวพฤหัสฯ อันที่จริงจูปิเตอร์เป็นชื่อของเทพองค์หนึ่งที่นับกันว่าเป็นจอมเทพและก็เป็นองค์เดียวกับซูส-Zeus ของกรีกนั่นแหละ จูปิเตอร์เป็นชื่อเทพที่ชาวโรมันนํามาใช้เรียกเทวบดีซูส ทั้งๆที่พวกโรมันก็รับเทพองค์นี้มาจากชาวกรีก แต่ก็ไม่ค่อยอยากจะบอกชาวโลกว่า “ฉันรับของเขามา” อย่างเต็มปาก ก็เลยต้องเปลี่ยนแปลงเสียหน่อยให้ดูเป็นโรมันเช่นเดียวกับแซทเทิร์น-ดาวเสาร์ที่เล่ามาแล้ว ที่นี้ก็รู้กันแล้วว่าชื่อเดิมของเทพองค์นี้ก็คือ “ซูส” และเราก็จะเรียกด้วยชื่อนี้ต่อไป

ซูสเป็นเทพที่ยิ่งใหญ่จริง เพราะท่านเป็นถึงจอมเทพผู้ครองโอลิมปัส สวรรค์ของชาวกรีก ใหญ่ที่สุดแล้วล่ะในตํานานข้างกรีก แถมเป็นเทพสถาพรเสียด้วย คือไม่มีใครโค่นลงแบบเดียวกับที่ท่านโค่นโครนัสพระบิดา ซูสเป็นเทพที่มีคุณสมบัติดีๆอยู่หลายประการ เป็นต้นว่าเป็นเจ้าแห่งสายฟ้า ทรงพลังพอที่จะบีบอัดเมฆเข้าด้วยกัน ทําให้มันกลายเป็นฝนตกลงมาเลี้ยงโลก แจกจ่ายความปราณีแก่ประชาชนที่เคารพศรัทธา

แต่ในขณะเดียวกันพระองค์ก็มีคุณสมบัติในทางเสียชนิดไม่น่าอภัยอยู่ หลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องความรักความใคร่ที่มีแจกจ่ายให้สาวงามมากมายนั่นล่ะ ในคุณสมบัติแห่งชายชาตรีที่ครบถ้วนของพระองค์ ซูสเปล่งประกายความเฉลียวฉลาดและความสง่างาม ทรงไว้ซึ่งคุณธรรม แต่หากเมื่อใดพระองค์ได้ไปเห็นรูปกายอันเย้ายวนของหญิงคนใดเข้าละก้อ พระองค์จะหน้ามืดไล่ตะครุบ ลืมกฎเกณฑ์ที่ตั้งไว้ของตัวเองทันทีเชียว

หมายเหตุ: จะว่าเทพบดีซูสทั้งหมดก็ไม่ได้ในเรื่องนี้ ในเมื่อผู้ครองเมืองทั้งหลายในบ้านเมืองกรีก ก็ดูจะอยากสืบสายจากเทพกันทั้งนั้น ผู้ครองเมืองก็เลยต้องสถาปนาให้ซูสต้องมีเมียเยอะมีลูกแยะ เพื่อตัวเองจะได้สืบสายจากเทพเจ้าบ้าง

ตามประวัติแล้ว ในวัยเยาว์ของพระองค์ประสบชะตากรรมมากมาย และต้องต่อสู้เหน็ดเหนื่อยมาก กว่าจะได้มาซึ่งบัลลังก์แห่งโอลิมเปียน เริ่มตั้งแต่เกิด โดนโครนัสพระบิดาบังเกิดเกล้าเรียกเอาไปกินเสีย หวังไม่ให้เยาวเทพเติบโตขึ้นมาวัดรอยเท้า ดีแต่พระมารดาไหวทันรีบเปลี่ยนตัวแล้วแอบเอาซูสไปฝากแพะเลี้ยงไว้ที่เกาะครีต จนกระทั่งเติบโตหาญกล้ามาทวงบัลลังก์เอากับพระบิดา ต้องรบราฆ่าฟันวงศาคณาญาติกว่าจะขึ้นมาครองยอดเขาโอลิมปัสได้เรียกว่าแทบจะไม่รอดตาย

วงศ์โอลิมเปียนของซูสเริ่มขึ้นเมื่อสงครามโค่นโครนัสเสร็จสิ้น ซูสได้แบ่งอาณาเขตของโลกให้แก่พี่ ๆที่เป็นชาย ตํานานข้างหนึ่งว่าสามคนพี่น้องระหว่างโพไซดอน, เฮดีส และซูสต่างตกลงกันไม่ได้ว่าใครจะครองที่ใดจนต้องจับสลากกัน แต่บางตํานานก็ว่าเทพทั้งหมดที่ออกมาจากท้องโครนัสได้เพราะซูส ต่างพากันยกเขาเป็นใหญ่เหนือท้องฟ้า ทว่าอีกสองคนที่เหลือคือเฮดีสและโพไซดอนต่างหากที่ตกลงกันไม่ได้จนต้องมีการจับสลาก และผลก็คือซูสได้ครองสวรรค์โพไซดอนได้ครองพื้นน้ำทั้งหมด และเฮดีสได้ครองโลกใต้บาดาล

เทพใหญ่ทั้ง 12 องค์แห่งโอลิมปัส

ตำนานดาวจูปิเตอร์ เทพซูสผู้ปกครองสวรรค์และเทพโอลิมปัสทั้งปวง

ซูสอาจจะเป็นประธานผู้ใหญ่บนยอดเขาโอลิมปัสก็จริงอยู่ แต่พระองค์ก็ยังตั้งสภาเทพเอาไว้ด้วย สภาเทพมีเทพเทวีสําคัญที่ถือว่าเป็นเทพใหญ่แห่งวงศ์นี้ แบ่งหน้าที่รับผิดชอบดูแลงานในด้านต่างๆ มีอยู่ 12 องค์ คือ

  1. ซูส (โรมัน: จูปิเตอร์) ผู้เป็นประธานแห่งสวรรค์
  2. โพไซดอน (โรมัน: เนปจูน) พี่ชายของซูส เป็นเทพแห่งท้องน้ำใหญ่ทั่วพิภพ
  3. เฮดีส (โรมัน: พลูโต) พี่ชายของซูส เป็นเทพครองบาดาล แต่พระองค์ไม่ใช่เทพแห่งความตาย เป็นเพียงเจ้าพิภพบาดาลเท่านั้น
  4. เฮสเตีย (โรมัน: เวสต้า) พี่สาวของซูส องค์นี้นับว่าเป็นเทวีที่สงบ ชอบชีวิตเรียบง่ายไม่หวือหวาและดํารงตนเป็นโสด เป็นเทวีแห่งไฟ แต่เป็นไฟในบ้านนะ ก็หมายถึงว่าพระนางเป็นเทพแห่งเคหสถาน ดูแลบ้านให้มีความสุข
  5. เฮรา (โรมัน: จูโน) พี่สาวของซูสและภายหลังเป็นมเหสีของซูสด้วย เป็นเทวีแห่งการแต่งงานทั้งที่ชีวิตแต่งงานของพระองค์ไม่ราบรื่นเอาเสียเลย
  6. แอรีส (โรมัน: มาร์ส) โอรสของซูสกับเฮรา เป็นเทพแห่งสงคราม
  7. อธีน่า (โรมัน: มิเนอร์วา) ธิดาที่มีกําเนิดจากหัวของซูสเอง ไม่ผ่านครรภ์ของใคร เป็นเทวีแห่งปัญญา
  8. อพอลโล (องค์นี้เมื่อไปถึงโรมันก็ยังเรียกอพอลโล) โอรสของซูสกับนางลีโท เป็นเทพแห่งแสงสว่าง ดนตรี กวี ปัญญาและการพยากรณ์
  9. อโฟรไดตี (โรมัน: วีนัส) กําเนิดจากฟองคลื่น เป็นฟองคลื่นจากน้ำเชื้อ กําเนิดของยูเรนัสเมื่อถูกตอน แต่บางที่ก็ว่าเป็นธิดาของซูสกับนางไทแทน “ไดโอนี” เป็นเทวีแห่งความงามและความรัก
  10. เฮอร์มิส (โรมัน: เมอร์คิวรี่) โอรสของซูสกับนางไมอา เป็นเทพแห่งการสื่อสาร
  11. อาร์เทมิส (โรมัน: ไดอาน่า) ธิดาแฝดคู่กับอพอลโล ลูกของซูสกับนางลีโท เป็นเทวีแห่งธรรมชาติ ความอุดมสมบูรณ์และการล่าสัตว์
  12. เฮพเฟสตัส (โรมัน: วัลแคน) โอรสของเฮรากับซูส เป็นเทพพิการองค์เดียวในวงศ์นี้ ภายหลังเป็นเทพแห่งไฟและกลายเป็นเทพช่างตีเหล็กที่มีความสามารถ (บางที่บอกไว้ว่า เขาเป็นเทพแห่งช่างและประติมากรรมด้วย)

หมายเหตุ: เรื่องตํานานกรีกโรมันเป็นตํานานไม่นิ่งนัก สํานวนสาขามีเยอะมาก ทําให้กระบวนเทพใหญ่บนโอลิมปัสทั้ง 12 องค์มีชื่อที่ไม่เหมือนกันบ้าง เช่นว่า บางที่ไม่ได้นับเฮดีสเข้าไว้เนื่องจากเป็นเทพที่มักอยู่ยมโลก จึงจัดเฮดีสไว้คู่กับเพอร์เซโฟนี (โรมัน: โพรเซอร์พินา Proserpina) อีกที่หนึ่ง และใส่ดีมีเตอร์ (โรมัน: เซรีส Ceres) ไว้แทน ส่วนไดโอในซัส (โรมัน: แบคคัส Bacchus) เป็นเทพที่มีความสําคัญพอๆกับดีมีเตอร์ เนื่องจากเป็นเทพแห่งเมรัยที่ประทานเครื่องดื่มวิเศษให้ แต่เนื่องจากเทพองค์หลังเป็นเทพที่มาล่าสุด จึงไม่ได้นับไว้กับ 12 ผู้ยิ่งใหญ่นี้ด้วย

ซูสได้หาทางสร้างถิ่นที่พํานักบนยอดเขาโอลิมปัส (เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของกรีกในเธสชาลี ชาวกรีกเอามาจินตนาการเป็นที่อยู่ของเทพ) นับเป็นสวรรค์อันสุขสันต์อย่างแท้จริง (คลิก ที่นี่ เพื่ออ่านต่อ)

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet