มูฮัมหมัด อาลี (Muhammad Ali) นักชกรุ่นเฮฟวีเวตผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาล

มูฮัมหมัด อาลี (Muhammad Ali) นักชกรุ่นเฮฟวีเวตผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาล

ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่อยู่ในวงการหมัดมวยหรือไม่ใช่ก็ตาม น้อยคนนักจะไม่รู้จักชื่อของ มูฮัมหมัด อาลี (Muhammad Ali) ชื่อนี้เป็นที่รู้จักกัน อย่างกว้างขวางมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1964 เป็นต้นมา แต่ก่อนหน้านั้นใครๆมักรู้จักเขาในชื่อ แคสเซียส เคลย์ (Cassius Clay) นักมวยผู้มีฉายา “เธอะ เกรทเตสต์ (The Greatest)” หรือ “ผู้ยิ่งใหญ่” และมีลีลาการชกที่พลิ้วไหวไม่เหมือนใครจนได้รับการเปรียบเทียบว่า “ลอยล่องดุจผีเสื้อ ต่อยดุจเหล็กในฝั่ง (Float like a Butterfly, Sting like a Bee)” และเป็นผู้ที่ทําให้คนทั้งโลกหันมาสนใจมวยสากลแม้จะไม่เคยสนใจมาก่อนเลยก็ตาม ซึ่งก็ยังทําให้เด็กๆทั่วโลกจํานวนมากต้องการฝึกฝนมวยตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 10 ขวบ เพราะพวกเขามีความฝันอยากที่จะเป็นนักมวยผู้ยิ่งใหญ่อย่างเช่น มูฮัมหมัด อาลี บ้าง

หากดูสถิติการชกของ มูฮัมหมัด อาลี แล้วจะไม่สงสัยเลยว่าเหตุใดเขาจึงได้รับฉายาว่า The Greatest ตลอดชีวิตบนสังเวียนนักมวยอาชีพของ มูฮัมหมัด อาลี นั้น เขาขึ้นชก 61 ไฟต์ ชนะ 56 ครั้ง โดยชนะน็อคถึง 37 ครั้ง และแพ้เพียง 5 ครั้งเท่านั้น โดยสามารถครองเข็มขัดแชมป์โลกรุ่นเฮฟวีเวตได้ถึง 3 สมัยติดต่อกัน

มูฮัมหมัด อาลี (Muhammad Ali) นักชกรุ่นเฮฟวีเวตผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาล

มูฮัมหมัด อาลี (Muhammad Ali) นักชกรุ่นเฮฟวีเวตผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาล

ความสําเร็จในสังเวียนนักชกของ มูฮัมหมัด อาลี จึงถือได้ว่าเป็นความสําเร็จที่ยังไม่เคยมีใครลบสถิติของเขาได้ตั้งแต่อดีตจนกระทั่งถึงปัจจุบัน จึงไม่น่าแปลกใจนักที่ มูฮัมหมัด อาลี จะได้รับการยกย่องและมอบเกียรติยศให้จากสื่อมวลชนต่างๆมากมาย เช่น ตําแหน่ง “นักสู้แห่งปี (Fighter of the Year)” จากนิตยสาร เธอะ ริง (The Ring magazine) ซึ่งเขาเป็นนักชกเพียงคนเดียวที่ได้รับตําแหน่งนี้ถึง 6 ครั้ง และยังได้รับการยกย่องให้เป็น “นักชกรุ่นเฮฟวีเวตผู้ยิ่งใหญ่ (The Greatest Heavyweight Boxer of At Time)” จาก นิตยสาร เธอะ ริง เช่นกัน

นอกจากนี้ยังได้รับตําแหน่งเดียวกันนี้จากสํานักข่าวเอพี (Associated Press AP) อีกด้วย และยังมีตําแหน่ง “บุคลิกภาพด้านการกีฬาแห่งศตวรรษ (Sports Personality of the Century)” ที่ได้รับจากสํานักข่าว บีบีซี (British Broadcasting Corporation BBC) และตําแหน่ง “นักกีฬาแห่งศตวรรษ (Sportsman of the Century)” ที่ได้รับการมอบให้โดยนิตยสารสปอร์ต อิลลัสเตรตด์ (Sport Illustrated) ด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ มูฮัมหมัด อาลี ยังเป็นนักมวยเพียงคนเดียวที่ได้รับการบันทึกว่าเป็นคู่ชกในไฟต์ประวัติศาสตร์สําคัญแห่งยุคของวงการมวยโลกถึง 4 ไฟต์ด้วยกัน คือ ไฟต์แห่งศตวรรษ (Fight of the Century) ชกกับ ซันนี ลิสตัน (Sonny Liston) 2 ไฟต์ ไฟต์แรกจัดที่ชายหาดไมอามี ฟลอริดา ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1964 ส่วนครั้งที่ 2 จัดขึ้นที่เมืองลิววิสตัน รัฐเมน ในเดือน พฤษภาคม ค.ศ. 1965 ซึ่งทั้ง 2 ไฟต์ อาลีเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ

ซุปเปอร์ ไฟต์ 2 (Super Fight II) ชกกับ โจ ฟราเซียร์ (Joe Frazier) ที่เรียกว่า ซุปเปอร์ไฟต์ 2 นั้นก็เพราะรายการนี้เป็นการชกกับ โจ ฟราเซียร์ คู่ปรับคนสําคัญเป็นไฟต์ที่ 2 โดยทั้งสองชกกันทั้งสิ้น 3 ไฟต์ ซุปเปอร์ไฟต์ 2 นี้จัดขึ้นที่ เมดิสัน สแควร์ การ์เดน (Madison Square Garden) นิวยอร์ก ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1974 และอาลีก็เป็นฝ่ายมีชัยอีกเช่นกัน

เสียงกึกก้องในราวป่า (The Rumble in the Jungle) เป็นการ ชกกับ จอร์จ โฟร์แมน (George Foreman) โดยจัดขึ้นที่เมืองคินชาซา ประเทศซาอีร์ ซึ่งในปัจจุบันก็คือสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ตั้งอยู่ในแอฟริกากลาง รายการนี้จัดขึ้นในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1974 โดยที่อาลีเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะอีกครั้ง

ธริลลา อิน มะนิลา (Thrilla in Manila) จัดขึ้นที่เมืองเกซอนซิตี ประเทศฟิลิปปินส์ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1975 เป็นการชกกับ โจ ฟราเซียร์ ครั้งที่ 3 ชื่อรายการนี้มาจากการเล่นคําของ มูฮัมหมัด อาลี ระหว่างแถลงข่าวการจัดการชก ซึ่งเขาคุยโวว่าจะขอคว่ำ โจ ฟราเซียร์ ลงอีกครั้งที่มะนิลา โดยอาลีใช้วิธีการพูดแบบเล่นคําให้ดูวกวนตามที่เขาถนัดว่า “Killa and a thrilla and a chilla, when I get that gorilla in Manila.” bla: ครั้งนั้นก็เป็นอีกครั้งที่อาลีเป็นฝ่ายมีชัยเช่นกัน

มูฮัมหมัด อาลี ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นนักชกที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน เป็นนักชกที่มีความสามารถรอบตัวจนไม่มีนักชกคนใดเลยที่จะทัดเทียมหรือสามารถลบสถิติต่างๆของเขาลงได้ ทั้งในด้านเทคนิคการชก ซึ่งอาลีนับเป็นต้นแบบของนักมวยที่ชอบแหกคอก โดยปกติแล้วนักมวยทั่วไปจะได้รับการสอนให้ยกแขนตั้งสูงเพื่อปกป้องใบหน้า หรือเรียกว่ายกการ์ดสูง เพื่อไม่ให้คู่ชกสามารถจะทะลวงหมัดเข้าใส่ใบหน้าได้

แต่อาลีกลับมีวิธีการตั้งการ์ดที่ไม่เหมือนใครคือทิ้งทั้งสองแขนลงเพื่อให้คู่ชกตายใจ และหลุดเข้ามาในกับดักที่วางล่อไว้ พอคู่ชกถลําเข้ามาอาลีซึ่งมีสายตาที่แม่นยําจะหาช่องหาจังหวะพุ่งหมัดเข้าใส่คู่ต่อสู้ได้อย่างรวดเร็วฉับไว คล้ายหมีที่พุ่งเข้าตะปบเหยื่ออย่างรวดเร็วจนไม่มีทางที่เหยื่อจะรอดกรงเล็บออกไปได้

ลีลาการเต้นฟุตเวิร์คที่พลิ้วไหว ผสมผสานกับหมัดที่หนักหน่วง

อาลี ชัฟเฟิล (Ali Shuffle)

ความคล่องแคล่วของอาลีนั้นขึ้นชื่ออย่างมาก จนมีการเปรียบการเคลื่อนไหวของเขาว่า “ล่องลอยดุจผีเสื้อ” ซึ่งคําเปรียบนี้ส่วนหนึ่งมาจากวิธีการเต้นฟุตเวิร์คของเขานั่นเอง อาลีจะมีลีลาการเต้นฟุตเวิร์คที่พลิ้วไหว และวนไปรอบๆเวทีคล้ายผีเสื้อกําลังเริงระบําอยู่รอบๆดอกไม้อย่างไรอย่างนั้น

เรื่องการเต้นฟุตเวิร์คนี้ อาลีบอกว่าเขาประยุกต์วิธีการเต้นมาจากกีฬาบาสเก็ตบอลซึ่งเป็นกีฬาที่เขาชื่นชอบอย่างมากอีกประเภทหนึ่ง โดยเขาได้จับเอาจังหวะตอนที่นักบาสกําลังวิ่งเลี้ยงลูกหลบคู่ต่อสู้อยู่มาใช้ ซึ่งเขาเห็นว่าการเลี้ยงลูกหลบคู่ต่อสู้ของนักบาสเก็ตบอลนั้นเป็นลีลาที่ต้องใช้ความ กระฉับกระเฉงแคล่วคล่องว่องไวจึงสามารถที่จะหลบหลีกคู่ต่อสู้และครองลูกบาสอยู่ได้

นอกจากนี้อาลียังประทับใจในลีลาตอนที่นักบาสสลับขาไปมาเพื่อหลอกล่อคู่ต่อสู้อย่างมาก เขาจึงนําสิ่งเหล่านี้มาใช้กับท่าเต้นฟุตเวิร์คของเขา ท่าเต้นฟุตเวิร์คแบบกระโดดขึ้นลงพร้อมสลับขาไปมาอย่างรวดเร็วแบบเฉพาะของอาลีนี้เรียกว่า “อาลี ชัฟเฟิล (Ali Shuffle)” และอาลีก็ยังได้ชื่อว่าเป็นนักมวยซึ่งมีสายตาที่เฉียบคมดุจเหยี่ยวอีกด้วย สายตาของอาลีเวลาจดจ้องหาจังหวะพุ่งหมัดเข้าใส่คู่ต่อสู้นั้นคล้ายกับเหยี่ยวที่กําลังจ้องจะฉกเหยื่ออย่างไรอย่างนั้น อาลีจึงถือเป็นนักชกซึ่งพุ่งเป้าได้แม่นยําที่สุดคนหนึ่งของโลกอีกด้วย

Rope a Dope การพิงเชือกเพื่อเอาแรง ลูกเล่นสุดฉลาด

Rope a Dope การพิงเชือกเพื่อเอาแรง ลูกเล่นสุดฉลาด

นอกจากนี้อาลียังได้รับการยอมรับเช่นกันว่าเป็นนักมวยที่มีความชาญฉลาดเหนือใคร สมองของเขาทํางานไวมาก เวลาชกเขาสามารถคํานวณสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วว่าเวลาไหนควรรุก เวลาไหนควรรับ ไม่ใช่นักมวยที่เดินดุมๆคิดแต่จะบุกจะน็อคคู่ต่อสู้ลงให้ได้อย่างเดียว ซึ่งแทนที่จะน็อคคู่ต่อสู้ได้ก็อาจถูกน็อคลงไปเสียเอง อาลีมีลูกเล่นอย่างหนึ่งที่ถือว่าชาญฉลาดมากเรียกว่า “โรป อะ โดป (Rope a Dope)” หรือการพิ่งเชือกเพื่อเอาแรง

ลูกเล่นนี้เขาจะนํามาใช้เวลาที่เริ่มรู้สึกว่ากําลังเพลี่ยงพล้ำ เสียที หรือกําลังอ่อนแรง อาลีจะถอยเข้าหาเชือกกั้นเวที แล้วใช้เชือกพยุงตัวเขาไว้ เมื่อคู่ต่อสู้บุกตามมาต่อย เขาก็จะเด้งเชือกขึ้นลงเพื่อหลบหมัดไปมา พร้อมทั้งคอยปัดป้องหมัดของคู่ต่อสู้ไปด้วย ทําให้คู่ต่อสู้ไม่สามารถชกเข้าเป้าได้อย่างถนัด และอาลีก็จะใช้จังหวะนี้พักเหนื่อยไปด้วย โดยที่คู่ชกก็ไม่สามารถชกเขาล้มลงได้เลยเพราะมีเชือกช่วยยันอยู่ ซึ่งอาลีก็จะหลอกล่อให้คู่ชกชกไปจนอ่อนแรงเสียเอง จนเมื่อมีจังหวะเขาก็จะถลันออกจากเชือกแล้วเป็นฝ่ายบุกไล่ชกคู่ต่อสู้กลับจนกลายเป็นฝ่ายที่เป็นต่อแทน หรือในบางครั้งเขาก็จะเลือกเข้ามุม

ปกติหากนักมวยคนไหนหลบเข้ามุม นั่นถือเป็นจุดอับซึ่งทําให้คู่ชกสามารถตามเข้าไปถลุงจนอาจประสบกับความพ่ายแพ้ได้ในที่สุด แต่อาลีจะยึดเชือกไว้อย่างแน่นหนา แล้วใช้สายตา อันคมกริบและความว่องไวของเขาส่ายตัวไปมาหลบขึ้นหลบลงจนคู่ชกไม่ สามารถชกถูกเลยสักหมัด จนเมื่อคู่ชกเผลอเมื่อใดเขาก็จะสวนหมัดกลับมาแล้วเดินออกจากมุมกลายเป็นฝ่ายที่ไล่ต้อนคู่ต่อสู้แทน ด้วยลูกเล่นนี้ทําให้อาลีสามารถชนะคู่ต่อสู้ได้หลายครั้งหลายหน โดยครั้งที่ถือว่าอาลีใช้ลูกเล่นนี้ได้อย่างคลาสสิกที่สุดก็คือไฟต์ที่ชกกับ จอร์จ โฟร์แมน คือ รัมเบิล อิน เธอะ จังเกิล ที่ดินชาซา ซาอีร์ ในปี ค.ศ. 1974 นั้นเอง (คลิก ที่นี่ เพื่ออ่านต่อ )

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet