ชีวิตที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบของ มาริลีน มอนโร (Marilyn Monroe)

ชีวิตที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบของ มาริลีน มอนโร (Marilyn Monroe)

เคยมีคนกล่าวว่าหากต้องการจะทราบความหมายของคําว่า “เซ็กส์ ซิมโบล (Sex Symbol)” หรือ “สัญลักษณ์ทางเพศ” ให้มองที่ภาพของ มาริลีน มอนโร (Marilyn Monroe) ก็จะเข้าใจถึงความหมายได้ในทันที เรื่องนี้ไม่ได้เป็นการกล่าวที่เกินจริงเลยแต่อย่างใด เพราะหากใครมองภาพ ของ มาริลีน มอนโร แล้วไม่เกิดความรู้สึกอะไรเลยคนผู้นั้นก็คงมีปัญหากับความรู้สึกของตัวเองแล้ว เพราะจนถึงทุกวันนี้ชื่อ มาริลีน มอนโร ก็ยังคงความเป็น “ผู้หญิงที่เซ็กซี่ที่สุดในโลก” ที่ยังไม่เคยมีใครแย่งชิงสิ่งนี้ไปจากเธอได้เลย

ชีวิตที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบของ มาริลีน มอนโร (Marilyn Monroe)

Marilyn Monroe

แม้จะมีดาราหรือคนดังรุ่นหลังๆซึ่งมีความสวยและเซ็กซี่เกิดขึ้นมามากมายก็ตาม แต่ชื่อเสียงของพวกเธอก็ไม่ได้มีความเป็นอมตะหรืออยู่ในการกล่าวถึงของผู้คนทั่วไปได้เป็นเวลายาวนานอย่างเช่น มาริลีน มอนโร เลย ส่วนใหญ่มักจะจางหายไปตามกาลเวลาหรือแม้จะยังถูกกล่าวถึงอยู่ก็ไม่ได้ถูกจดจําในภาพลักษณ์ของความเซ็กซี่อันเป็นอมตะเท่าเธอเลย

เรื่องนี้อาจมีคนคิดแย้งว่าที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะดาราที่มีความสวยและเซ็กซี่เหล่านั้น ส่วนใหญ่ก็มีชีวิตอยู่จนถึงวัยล่วงเลยมาสู่วัยสูงอายุทั้งสิ้น ไม่ได้จบชีวิตลงในวัยที่ยังสวยสคราญดังเช่น มาริลีน มอนโร เราจึงได้เห็นภาพของพวกเธอที่ล่วงเข้าสู่วัยชราและมีร่างกายที่ร่วงโรยไปตามกาลเวลาอย่างไม่มีทางเลี่ยง จะให้ภาพของพวกเธอเหล่านั้นยังคงความสวยเซ็กซี่อยู่ได้อย่างไร

คํากล่าวแย้งนี้อาจมีส่วนจริง เพราะการจบชีวิตของ มาริลีน มอนโร ลงไปตั้งแต่ยังมีความสวยและเซ็กซี่อยู่นั้น ทําให้ภาพอันงดงามของเธอยังคงถูกจดจําไปชั่วกาลนาน และไม่มีใครที่จะได้มีโอกาสเห็นเธอในวัยชรา สิ่งนี้อาจถือเป็นโชคของเธอเองก็เป็นได้ที่เธอได้จากโลกนี้ไปก่อนเวลา จึงทําให้คนทั้งโลกยังคงจดจําเธอไว้ในใจว่าเป็นผู้หญิงที่เซ็กซี่ที่สุดในโลกตราบจนถึงทุกวันนี้

ชีวิตที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบของ มาริลีน มอนโร (Marilyn Monroe)

แม้ มาริลีน มอนโร จะเป็นหญิงสาวชาวอเมริกัน แต่ความสวยและความเซ็กซี่ของเธอนั้นได้รับการยอมรับว่าเป็นมรดกของคนทั้งโลกไปแล้ว เพราะคนทั้งโลกรู้จักเธอ ชื่นชมเธอ และจดจําภาพของเธอได้ ไม่ว่าที่ไหนๆ ภูมิภาคไหนของโลกก็ตาม ต่างก็ยังคงพูดถึงชื่อของ มาริลีน มอนโร กันอยู่ทุกวันไม่เคยลืม ยังคงจดจําภาพลักษณ์ของเธอไว้ไม่เคยเปลี่ยนแปลงทั้งสิ้น

ทุกหนทุกแห่งมีการเอ่ยถึงชื่อของเธอ อ้างอิงภาพความเซ็กซี่ของเธออย่างที่ไม่เคยจางหายไปจากสังคมเลย จึงน่าจะกล่าวได้ว่าไม่น่าจะมีผู้หญิงคนไหนในโลกที่จะถูกกล่าวถึง อ้างอิงถึงอย่างบ่อยครั้งที่สุดเท่ากับ มาริลีน มอนโร อีกแล้ว แม้ว่าเธอจะเสียชีวิตมามากกว่าครึ่งศตวรรษแล้วก็ตาม ถ้าหากวันนี้เธอยังมีชีวิตอยู่ก็คงเข้าสู่วัยชราเป็นคุณย่าที่มีอายุมากกว่า 90 ปีแล้ว แต่ภาพที่ทุกคนยังคงจําติดตาคือภาพของหญิงสาววัย 20-30 ปีเท่านั้น

แม้ว่าในวันที่เธอเสียชีวิตลงนั้น เธอจะมีอายุถึง 37 ปีแล้วก็ตาม ภาพของ มาริลีน มอนโร จึงดูสดสวยอยู่เสมอ จนเป็นเสมือนกับสัญลักษณ์แห่งความสาวและความสวยที่เป็นอมตะ จนผู้หญิงทั้งโลกต้องการจะสวยอย่างเธอ และผู้ชายทั้งโลกก็หมายปองความสวยของเธอ แต่กว่า มาริลีน มอนโร จะก้าวขึ้นมามีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปอย่างที่กล่าวมานี้ ชีวิตของเธอต้องต่อสู้กับเรื่องต่างๆมาอย่างโชกโชน จนสามารถกล่าวได้ว่าประวัติชีวิตของเธอไม่ธรรมดาเลย และดูจะพลิกผันชนิดที่ชีวิตของคนธรรมดาคนหนึ่งไม่น่าจะเผชิญอะไรได้มากมายขนาดนั้น

ชีวิตของ มาริลีน มอนโร จึงเป็นตัวอย่างของหญิงสาวธรรมดาที่ปูมหลังไม่มีความโดดเด่นอะไรเลย และค่อนข้างจะไร้โอกาสในสังคมเสียด้วยซ้ำ แต่เธอยังมีความสวยเป็นสมบัติติดกายเธอมาตั้งแต่เกิด และใช้ความสวยกับความสามารถเฉพาะตัวในการแสวงหาโอกาสให้กับตัวเอง จนสามารถไต่เต้าจากจุดต่ำสุดขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุดในฐานะนักแสดงแถวหน้าที่เรียกว่า “ดาวค้างฟ้าของฮอลลีวู้ด” ตามที่เธอใฝ่ฝันได้อย่างอดทน ทั้งชื่อเสียงและเกียรติยศ จึงต่างพรั่งพรูเข้ามาหาเธออย่างไม่ขาดสาย

แต่ในที่สุดเธอก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับปัญหาต่างๆที่พุ่งเข้าใส่เธออย่างไม่หยุดจากชื่อเสียงและเกียรติยศซึ่งเธอได้มาเช่นกัน ที่เธอต้องแลกกับความเหน็ดเหนื่อยและความเครียดที่รุมเร้าเข้ามา จากการต้องทํางานอย่างหนักเพื่อให้อยู่บนจุดสูงสุดที่ยืนอยู่นั้นให้ได้ตลอดไป แต่เมื่อเธอเริ่มอ่อนล้าประกอบกับความผิดหวังและความล้มเหลวในชีวิตส่วนตัวที่เธอต้องเผชิญครั้งแล้วครั้งเล่า สิ่งเหล่านี้สร้างแรงกดดันให้กับเธอจนต้องหันไปพึ่งยาระงับประสาท รวมถึงเข้าพบกับจิตแพทย์ในชีวิต ช่วงท้ายๆของเธอ ก่อนที่เธอจะยอมแพ้ให้กับปัญหาต่างๆเหล่านั้น แล้วจบชีวิตของเธอลงก่อนวัยอันควร

ผู้เขียนประวัติของ มาริลีน มอนโร มักจะบันทึกเรื่องราวของเธอซึ่งทําให้เห็นว่าตลอดชีวิตของ มาริลีน มอนโร นั้นเธอมักใช้ชีวิตอย่างค่อนข้างตามใจตัว ไม่ระมัดระวังตัว ซึ่งทั้งหมดก็เพราะความทะเยอทะยานของเธอนั่นเองที่ทําให้เธอกล้าทําทุกอย่างเพื่อจะให้ได้มาซึ่งโอกาสอันจะพาเธอไป สู่ความสําเร็จให้ได้ และถึงแม้เธอจะประสบความสําเร็จกับอาชีพนักแสดงแล้วก็ตาม เธอก็ยังต้องถลําลึกลงไปเรื่อยๆอย่างไม่อาจจะถอนตัวได้ก็ด้วยกับดักแห่งความสําเร็จนั่นเอง

หากไม่สามารถจะทรงตัวยืนอยู่บนเส้นเชือกแห่งความสําเร็จต่อไปได้เรื่อยๆแล้ว เธอก็จะต้องตกลงไปสู่ก้นหลุมลึกที่ดักล่อเอาไว้อยู่เบื้องล่าง แล้วความพยายามทั้งหมดที่จะคงชื่อเสียงเอาไว้ให้ได้ มาเป็นเวลายาวนานก็คงเสียเปล่า สิ่งเหล่านี้ทําให้เธอต้องเสี่ยงต่อไปเรื่อยๆ ต้องพยายามไต่เต้าจากจุดที่สูงอยู่แล้วให้สูงขึ้นไปอีกเรื่อยๆโดยไม่ยอมเชื่อว่าชื่อเสียงจะต้องมีวันหมดลงสักวันหนึ่ง จึงทําให้เธอต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องต่างๆที่อันตรายต่อชีวิตเธอจนพัลวันพัลเกยุ่งเหยิงไปหมดในช่วงหลังๆ ซึ่งนั่นคือสาเหตุหลักสาเหตุหนึ่งที่ทําให้เธอเครียดและซึมเศร้า ในที่สุดเธอก็ต้องหันไปพึ่งยาและจิตแพทย์ จนเมื่อถึงวันหนึ่งที่ร่างกายไม่อาจจะทนต่อสภาวะต่างๆที่รุมเร้าเข้ามาได้ เธอก็หมดสติไป และเสียชีวิตลงในขณะที่ชื่อเสียงของเธอยังคงโด่งดังอยู่นั่นเอง

แม้บทสุดท้ายในชีวิตของ มาริลีน มอนโร จะจบลงอย่างภาพยนตร์โศกนาฏกรรมก็ตาม แต่คนทั้งโลกก็ยังคงจดจําภาพอันสวยสดงดงาม และความมีชีวิตชีวาของเธอในทุกท่วงท่าอิริยาบถได้เป็นอย่างดี อีกทั้งชื่อเสียงของเธอก็ยังคงอยู่อย่างไม่มีเสื่อมคลายลงไปเลยแม้แต่น้อย แม้เวลาจะล่วง เลยผ่านมาเป็นเวลาหลายสิบปีจนล่วงเข้าสู่สหัสวรรษใหม่แล้วก็ตาม ความเป็นสัญลักษณ์ทางเพศของเธอก็ยังคงถูกกล่าวถึงไม่มีหยุดหย่อนเลยเช่นกัน

ชีวิตที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบของ มาริลีน มอนโร (Marilyn Monroe)

ซึ่งเสน่ห์และแรงดึงดูดของเธอนั้นก็ไม่ได้มีเพียงแรงดึงดูดใจต่อเฉพาะเพศตรงข้าม หรือเฉพาะแต่เพียงเพศชายเท่านั้น แม้แต่คนเพศเดียวกันเองกับเธอก็ยังอดที่จะหวั่นไหวไม่ได้เมื่อมองไปที่ภาพของเธอคราใด และด้วยเหตุนี้ มาริลีน มอนโร จึงมีอิทธิพลอย่างมากต่อผู้หญิงทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กสาวๆซึ่งต้องการก้าวเข้าสู่วงการมายา ต่างก็ยกเธอขึ้นเป็นแบบอย่างทั้งในด้านบุคลิก รูปร่างหน้าตา เลียนแบบวิธียิ้ม เลียนแบบการเผยอริมฝีปากขึ้นเพื่อให้แลดูเซ็กซี่ เลียนแบบอิริยาบถต่างๆแม้แต่การแต้มไฝทรงเสน่ห์ที่ข้างแก้มก็ยังนิยมทํากัน หรือแม้แต่การย้อมสีผมให้เป็นสีบลอนด์ตามอย่างที่เธอทําก็ตาม ไม่ว่าสิ่งใดในตัวของ มาริลีน มอนโร ก็ล้วนแต่ดูเซ็กซี่ไปเสียทุกอย่างจนกลายเป็นความเชื่อกันว่าผู้หญิงหากจะให้ดูเซ็กซี่แล้วก็จะต้องมีบุคลิกลักษณะตามที่ มาริลีน มอนโร มี

มาริลีน มอนโร ในวัยเด็ก

ประวัติความเป็นมาของ มาริลีน มอนโร

มาริลีน มอนโร เกิดเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ปี ค.ศ. 1926 ที่เมืองลอส แองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ชื่อจริงคือ นอร์มา จีน เบเกอร์ (Norma Jeane Baker) แต่ตามใบเกิดระบุว่าเธอชื่อ นอร์มา จีน มอร์เทนเซน (Norma Jeane Mortensen) แม่ของเธอชื่อว่า แกลดิส เพิร์ล เบเกอร์ (Gladys Pearl Baker) ชาติกําเนิดของมาริลีนค่อนข้างซับซ้อน ก่อนหน้าเธอเกิดนั้นแม่ของเธอให้กําเนิดพี่ชายกับพี่สาวของเธอมาแล้ว 2 คนในการแต่งงานครั้งแรกกับ จอห์น นิวตัน เบเกอร์ (John Newton Baker) นามสกุลของเธอคือเบเกอร์จึงเป็นนามสกุลของสามีแม่คนแรก

แต่สามีคนแรกของแม่ก็ไม่ใช่พ่อของเธอ ต่อมาเมื่อทั้งสองหย่าขาดกันสามีแม่จึงพาพี่ชายและพี่สาวของเธอไปอยู่ด้วย มาริลีนจึงไม่ค่อยจะทราบเรื่องของทั้งสองมากนัก และไม่เคยพบหน้ากันตั้งแต่เกิดจนกระทั่งโต หลังจากนั้นแม่ของเธอก็ได้งานทําเป็นเจ้าหน้าที่ในแล็บล้างอัดขยายภาพแห่งหนึ่งและแต่งงานใหม่อีกครั้งกับ มาร์ติน เอ็ดเวิร์ด มอร์เทนเซน (Martin Edward Mortensen) นามสกุลมอร์เทนเซนที่มาริลีนใช้ในใบเกิดจึงเป็นนามสกุลของสามีคนที่ 2 ของแม่ นี้เอง

แต่ มาร์ติน เอ็ดเวิร์ด มอร์เทนเซน ก็ไม่ใช่พ่อผู้ให้กําเนิดเธออีกเช่นกัน เมื่อแม่ของเธอแต่งงานอยู่กินกับสามีคนที่ 2 ได้เพียง 6 เดือนก็ต้องเลิกรากันไปอีก และตอนที่แม่ของมาริลีนตั้งครรภ์เธอนั้น แม่ได้เลิกกับสามีคนที่ 2 นี้ไปแล้ว กล่าวกันว่าพ่อที่แท้จริงของมาริลีนนั้นเป็นเซลส์แมนขายฟิล์ม คนหนึ่งที่แม่ของเธอรู้จักในช่วงที่ทํางานอยู่ที่แล็บล้างอัดขยายภาพนั่นเอง และในตอนที่มาริลีนคลอดนั้นแม่ของเธอไม่รู้ว่าจะใช้นามสกุลของใครเป็นพ่อดี จึงเลือกนามสกุลมอร์เทนเซนใส่ลงไปในใบเกิดของเธอเมื่อเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลถามถึงชื่อพ่อเพื่อไปแจ้งเกิด

แต่ต่อมาภายหลังยายของมาริลีนเองที่เป็นผู้เปลี่ยนนามสกุลจากมอร์เทนเซนมาเป็นเบเกอร์แทน เพื่อให้เธอมีนามสกุลเดียวกับแม่ เพราะแม่ของมาริลีนแม้จะหย่ากับสามีคนแรกไปนานแล้ว แต่ก็ยังคงใช้นามสกุลเบเกอร์อยู่ เธอจึงต้องใช้ชื่อ นอร์มา จีน เบเกอร์ มาโดยตลอดในช่วงก่อนที่จะเข้าสู่วงการแสดง จนกระทั่งภายหลังเธอจึงได้เปลี่ยนชื่อและนามสกุลใหม่มาเป็น มาริลีน มอนโร ในช่วงที่เริ่มเข้ามาสู่วงการแสดงแล้ว สําหรับนามสกุล มอนโร (Monroe) นั้นก็มาจากนามสกุลของยายเธอนั่นเอง (คลิก ที่นี่ เพื่ออ่านต่อ )

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet