การหวนคืนวงการครั้งยิ่งใหญ่ของ King of Rock and Roll

Elvis Presley and Richard Nixon

อลวิส เพรสลีย์ ปลดประจําการและกลับถึงสหรัฐในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1960 ตลอดเส้นทางรถไฟที่เดินทางจากนิวเจอร์ซีย์ไปถึงบ้านของเขาที่เทนเนสซีนั้นเต็มไปด้วยฝูงชนซึ่งแห่แหนมาคอยต้อนรับเขาอย่างยิ่งใหญ่ดุจราชาจริงๆ และการกลับคืนสู่อาชีพของเขาภายหลังปลดประจําการก็ยัง ได้รับการต้อนรับอย่างไม่เสื่อมคลายอีกเช่นกัน

แต่ตลาดดนตรีรวมทั้งสังคมทั่วไปเมื่อเข้ามาสู่ยุคทศวรรษที่ 1960 นั้นได้เปลี่ยนรูปโฉมไปเป็นอย่างมากแล้ว ได้เกิดกระแสคลั่งไคล้วงร็อค แอนด์ โรลล์ ที่มีเด็กหนุ่มหน้าใหม่ๆมากมายออกกวาดความนิยมไปแทนเขา

Elvis’s Gang

Elvis's Gang

ถึงแม้เอลวิสจะยังคงถูกยึดถือเป็นแบบอย่างและเป็นตํานานให้กับวงรุ่นใหม่ๆเหล่านั้น แต่ต้องยอมรับว่าเอลวิสถูกแย่งกระแสไปอย่างมากมายจากวงหน้าใหม่ๆเหล่านั้นเอง เขาจึงมีผลงานด้านสติวดิโอออกมาน้อยลงโดยมุ่งแต่งานด้านภาพยนตร์เป็นหลักซึ่งก็มีภาพยนตร์ทําเงินออกมามากมายอย่างต่อเนื่องพร้อมกับเพลงฮิตที่มาจากภาพยนตร์เป็นส่วนใหญ่เช่นกัน

นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1960-1969 เอลวิสแสดงภาพยนตร์มากถึง 27 เรื่อง โดยมีภาพยนตร์เรื่องดัง เช่น “จี.ไอ. ปลูส (GI. Blues)” “เฟลมมิง สตาร์ (Flaming Star)” “ไวด์ อิน เธอะ คันทรี (Wild in the Country)” “บลู ฮาไวอิ (Blue Hawai)” “ฟอลโลว์ แธต ดรีม (Follow That Dream)” “เกิร์ลเกิร์ล! เกิร์ล! (Girls! Girls! Girls!)” “ฟัน อิน อคาปลโก (Fun in Acapulco)” “วิวา ลาส เวกัส (Viva Las Vegas)” และ “เราสเบาต์ (Roustabout)”

ช่วงเวลานี้นอกจากที่กองถ่ายแล้ว เอลวิสจะใช้ชีวิตอยู่กับการแสวงหาความสุขในคฤหาสน์กับเพื่อนๆเป็นหลัก ซึ่งตอนนั้นเอลวิสมีเพื่อนอยู่กลุ่มหนึ่งที่มีทั้งเพื่อนในวงการ บอดี้การ์ด และนักดนตรีในวงที่มักจะไปไหนมาไหนกันเป็นกลุ่มด้วยมอเตอร์ไซค์บ้าง รถสปอร์ตบ้าง ใครๆจึงมักเรียกว่า “แก๊งเอลวิส (Elvis’s Gang)” แต่แล้วเมื่อเอลวิสใช้ชีวิตสนุกสนานเช่นนี้ไปเรื่อยๆก็รู้สึกเบื่อ จึง ต้องการหาหนทางกลับคืนสู่วงการอีกครั้งตอนปลายทศวรรษที่ 1960

68 Comeback Special

68 Comeback Special

ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1968 เอลวิสกลับมาเล่นคอนเสิร์ตอีกครั้งหลังจากห่างหายไปเป็นระยะเวลานานถึง 7 ปี นับตั้งแต่ออกเล่นคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายในปี ค.ศ. 1961 โดยได้บันทึกเทปเพื่อออกรายการทีวีรายการพิเศษซึ่งออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี (NBC) โดยมีชื่อรายการ ว่า “ซิงเกอร์ เพรเซนต์ส เอลวิส (Singer Presents Elvis)”

แต่ต่อมามักเรียกกันในชื่อ “68 คัมแบ็ค สเปเชียล (68 Comeback Special)” เป็นรายการแสดงคอนเสิร์ตซึ่งถ่ายทําที่สติวดิโอของเอ็นบีซีใน เบอร์แบงค์ (Burbank) รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยมีเอลวิสแสดงร่วมกับวงแบ็คอัพของเขา คือ เธอะ บลู มูน บอยส์ ที่มีสก็อตตี มัวร์ กับ ดี.เจ. ฟอนตานา ยกเว้นเพียง บิลล์ แบล็ค ที่เสียชีวิตไปตั้งแต่ปี ค.ศ. 1965 แล้ว

นอกจากนี้ยังมีเพื่อนในแก๊งเอลวิสอีก 2 คนมาช่วยเสริม คือ ชาลี ฮอดจ์ (Charlie Hodge) และ อแลน ฟอร์ทาส (Alan Fortas) กับคณะนักร้องประสานเสียงชื่อว่า เธอะ จอร์แดแนร์ส (The Jordanaires) ที่ร้องประสานเสียงให้กับเอลวิสมาตั้งแต่ต้น การแสดงในครั้งนั้นเอลวิสได้อยู่ท่ามกลางแฟนเพลงอย่างใกล้ชิดชนิดสัมผัสตัวได้ในบรรยากาศแบบเป็นกันเอง

การกลับมาครั้งนั้นนับว่ายิ่งใหญ่มาก จากการสํารวจจํานวนของผู้ชมรายการพบได้ว่ามีจํานวนผู้ชมในสหรัฐอเมริกามากเกินกว่าครึ่งที่เปิดช่องเอ็นบีซีในช่วงเวลานั้นโดยไม่ยอมเปลี่ยนไปดูช่องอื่นเลย เป็นข้อพิสูจน์ว่าแฟนๆของเอลวิสไม่ได้จางหายไปเลยแต่อย่างใด ทุกคนใจจดใจจ่อที่จะรอให้เขากลับขึ้นเวทีคอนเสิร์ตอีกครั้งและก็สมหวังในคืนนั้นเอง

กระแสตอบรับในการกลับมาของ เอลวิส เพรสลีย์ ครั้งนั้นจึงทําให้ใครๆต่างก็ต้องการที่จะดึงตัวเขาไปออกในรายการอีก รวมถึงโปรโมเตอร์ผู้จัดคอนเสิร์ตต่างก็แห่แหนไปขอคิวเขากันยาวเหยียด แต่ เอลวิสก็ระวังตัวมากเพราะตอนนั้นเขาอยู่ในวัย 33 ปีและเป็นพ่อลูกหนึ่งแล้ว ลูกสาวของเอลวิสที่เกิดกับพริสซิลลา คือ ลิซา มารี เพรสลีย์ (Lisa Marie Presley) นั้นมีวัย 11 เดือนในช่วงที่ คัมแบ็ค สเปเชียล ออกอากาศ เอลวิสจึงไม่ใช่หนุ่มน้อยวัยสดใสอีกต่อไป

แต่ในที่สุดเอลวิสก็ยอมตอบรับที่จะไปแสดงคอนเสิร์ตที่ อินเตอร์เนชั่นแนล โฮเทล (International Hotel) ใน ลาส เวกัส (Las Vegas) รัฐเนวาดา ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1969 ซึ่งเป็นโรงแรมที่เปิดขึ้นใหม่ในปีนั้น และเป็นที่ที่เอลวิสเปิดแสดงอย่างต่อเนื่องนับจากนี้ ปเป็นเวลา 7 ปี โรงแรมแห่งนี้ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อไปเป็น ลาสเวกัส ฮิลตัน (Las Vegas Hilton) ในปี ค.ศ. 1971 และปัจจุบันโรงแรมนี้รู้จักกันในชื่อ เวสต์เกต ลาสเวกัส (Westgate Las Vegas)

การหวนคืนวงการครั้งยิ่งใหญ่ของ King of Rock and Roll

King of Rock and Roll

จากการแสดงที่ อินเตอร์ เนชันแนล ลาสเวกัส นี้ กระแสตอบรับก็ยังไม่ได้อ่อนแรงไปเลยแต่อย่างใดมีแต่จะเพิ่มขึ้นมาอีกเรื่อยๆ และจากการกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งของ เอลวิส เพรสลีย์ ในช่วงหลังนี้เอง สื่อมวลชนจึงได้เริ่มเรียกเขาว่า “เธอะ คิง (The King)” มาตั้งแต่นั้น จนต่อมาฉายา “คิง ออฟ ร็อค แอนด์ โรลล์ (King of Rock and Roll)” ก็ได้รับการขานรับและใช้เรียกต่อๆกันในหมู่สื่อมวลชนทั่วไปจนในที่สุดก็กลายเป็นฉายาถาวรไป

หากใครกล่าวถึงคําว่า “คิง ออฟ ร็อค แอนด์ โรลล์” โดยไม่จําเป็นต้องเอ่ยชื่อ คํานี้จะมีความหมายหมายถึง เอลวิส เพรสลีย์ เพียงผู้เดียวเท่านั้น และจากการกลับมามีชื่อเสียงอย่างยิ่ง ใหญ่นี้อีกเช่นกันที่ทําให้ ริชาร์ด นิกสัน (Richard Nixon) ประธานาธิบดี สหรัฐฯในเวลานั้นต้องเชิญเอลวิสไปเป็นแขกของทําเนียบขาว ซึ่งเอลวิสก็ได้รับคําเชิญและเข้าเยี่ยมคารวะประธานาธิบดีนิกสันในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1970

ภาพการสัมผัสมือกันของสองผู้ทรงอิทธิพลใน 2วงการ ระหว่างแวดวงการเมืองกับแวดวงบันเทิงในวันนั้นเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ถูกแพร่ออกไปยังทั่วโลก (คลิก ที่นี่ เพื่ออ่านต่อ)

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet