Heartbreak Hotel เพลงที่สร้างปรากฎการณ์เอลวิสฟีเวอร์

Heartbreak Hotel เพลงที่สร้างปรากฎการณ์เอลวิสฟีเวอร์

เมื่อเพลง That’s all right mama โด่งดังขึ้นแล้ว แซม ฟิลลิพส์ จึงได้รีบเตรียมแผนที่จะบันทึกเสียงเพลงต่อไปและจัดการให้เอลวิสออกเปิดตัวตามที่ต่างๆในทันที เมื่อถึงตอนนี้เอลวิสก็ต้องลาออกจากงานประจําเพื่อมาสานฝันของเขาให้สําเร็จต่อไป รวมถึง สก็อตตี มัวร์ และ บิลล์ แบล็ค ด้วยที่ต้องตัดสินใจว่าจะไปต่อร่วมกับเอลวิสหรือไม่ หรือจะกลับไปเล่นดนตรีในคลับตามเดิม

ในที่สุดเขาก็เลือกที่จะไปต่อ จึงได้ขอลาออกจากคณะที่เขาเล่นประจําอยู่ในคลับเพื่อมาร่วมทีมกับเอลวิสอย่างเป็นการถาวร และเริ่มผลิตผลงานชิ้นใหม่ออกวางขายพร้อมกับวางตารางออกทัวร์คอนเสิร์ต

วงดนตรีแรก The Blue Moon Boys

วงดนตรีแรก The Blue Moon Boys

วงของเอลวิสในช่วงแรกๆนี้มีชื่อว่า เธอะ บลู มูน บอยส์ (The Blue Moon Boys) ชื่อนี้มาจากชื่อเพลง “บลู มูน ออฟ เคนตัคกี (Blue Moon of Kentucky)” ของ บิลล์ มอนโร (Bill Monroe) ที่เป็นเพลงในหน้าตรงข้ามของแผ่นซิงเกิล That’s all right mama นั่นเอง และ The Blue Moon Boys ก็เริ่มออกทัวร์คอนเสิร์ตครั้งแรกด้วยการเป็นวงเปิดรายการให้กับศิลปินดังหลายคนที่เปิดทัวร์คอนเสิร์ตไปตามเมืองต่างๆ และยังออกเล่นในรายการวิทยุอีกหลายรายการด้วย

จนกระทั่งชื่อเสียงของ เอลวิส เพรสลีย์ พุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วทั้งเมมฟิสและเมืองอื่นๆในหลายรัฐทางตอนใต้ของสหรัฐฯ ในช่วงแรกๆนั้นวงของเอลวิสยังไม่มีมือกลองประจํา จนกระทั่งแซมขอให้เขาเพิ่มมือกลองประจําเสียจะได้เป็นวงอย่างสมบูรณ์ ซึ่งในช่วงที่เขากับวง The Blue Moon Boys กําลังเล่นในรายการวิทยุรายการหนึ่งที่สถานีหลุยเซียนา เฮย์ไรด์ (Louisiana Hayride)

ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1954 อยู่นั้น ดิวอี้ ฟิลลิพส์ ดีเจผู้ทําให้เพลง “That’s all right mama” ของเอลวิสดังระเบิด ได้รู้จักกับมือกลองคนหนึ่งชื่อ ดี.เจ. ฟอนตานา (DJ. Fontana) ซึ่งเป็นนักดนตรีรับจ้างประจําสถานีแห่งนั้น แซมกับเอลวิสจึงได้เข้าไปทาบทาม ดี.เจ. ฟอนตานา มาเข้าร่วมวงด้วย ซึ่ง ดี.เจ. ก็ชอบเสียงร้องของเอลวิสอยู่ก่อนแล้วเช่นกันจึงตอบตกลงเข้าร่วมวงในทันที นับตั้งแต่นั้นวงของ เอลวิส เพรสลีย์ จึงมีสมาชิก 4 คน ร่วมกันอัดแผ่นเสียงและออกทัวร์คอนเสิร์ตไปตามเมืองต่างๆ

เมื่อเอลวิสเริ่มมีรายได้จากการขายผลงานของเขาจนมากพอแล้ว สิ่งที่เขาเคยตั้งใจเอาไว้แต่แรกว่าต้องการที่จะทําเมื่อมีเงินแล้วก็คือการซื้อรถหรคันหนึ่งเป็นของกํานัลให้กับพ่อและแม่ เอลวิสจึงซื้อรถลินคอล์น คอนติเนนตัน (Lincoln Continenton) ให้ในทันที โดยเขาอาสาเป็นสารถีขับรถลินคอล์นคันนี้พาพ่อกับแม่ตระเวนเที่ยวไปทั่วเมืองเมมฟิส เพื่ออวดความสําเร็จของเขาอีกด้วย

ในช่วงแรกๆนั้นเอลวิสได้ตกลงให้ สก็อตตี มัวร์ เป็นผู้จัดการคณะเพื่อคอยดูแลในเรื่องต่างๆให้ แต่พอความสําเร็จเริ่มจะพรั่งพรูเข้ามามากขึ้น แซม ฟิลลิพส์ จึงแนะนําให้หามืออาชีพมาเป็นผู้จัดการจะดีกว่า ในตอนนั้นเขารู้จักกับโปรโมเตอร์คนหนึ่งชื่อ บ็อบ นีล (Bob Neal) ที่เป็นผู้จัดการให้กับนักร้องหลายคนจึงขอให้เขามาเป็นผู้จัดการให้กับเอลวิสซึ่งเอลวิสก็ยินยอม บ็อบ นีล จึงนับเป็นผู้จัดการอย่างเป็นทางการคนแรกของ เอลวิส เพรสลีย์ โดยได้มีการก่อตั้งบริษัทเอลวิส เพรสลีย์ เอ็นเตอร์ไพร์ส (Elvis Presley Enterprises) ขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1955

Heartbreak Hotel เพลงที่สร้างปรากฎการณ์เอลวิสฟีเวอร์

จุดเริ่มต้นเส้นทางเดินไปสู่การเป็นราชา Rock and Roll

จนกระทั่งถึงเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1955 ทอม ปาร์คเกอร์ (Tom Parker) หรือผู้ที่ใครๆมักเรียกกันว่า “ผู้พัน (Colonel)” ก็ได้เดินทางมาที่เมมฟิสพร้อมกับสัญญาที่มาจากบริษัทแผ่นเสียงยักษ์ใหญ่ อาร์ซีเอ เร็คคอร์ดส (RCA Records) เพื่อขอซื้อสัญญาของ เอลวิส เพรสลีย์ ทั้งหมดจาก ซัน เรคคอร์ดส โดยกล่อมเอลวิสว่าเขาจําเป็นจะต้องมีมืออาชีพหากต้องการจะไปสู่ความสําเร็จในระดับประเทศหรือไต่เต้าสู่ระดับโลกต่อไป และเขาก็คือมืออาชีพที่จะพาเอลวิสไปสู่ความสําเร็จในระดับนั้นได้

ซึ่งเมื่อ ทอม ปาร์คเกอร์ ได้ไปคุยกับ แซม ฟิลลิพส์ แซมก็เห็นด้วยกับเขาว่าการสร้างชื่อเสียงในระดับนั้นเกินแรงเขา แซมจึงต้องยินยอมปล่อยเอลวิสไปเพื่ออนาคตที่รุ่งโรจน์กว่า รวมทั้ง บ็อบ นีล ด้วยที่ต้องยอมขายสัญญาของเขาให้แก่ ทอม ปาร์คเกอร์ เป็นผู้จัดการคนต่อไปของ เอลวิส เพรสลีย์ ต่อจากนั้น ทอม ปาร์คเกอร์ ก็ได้พาเอลวิสและคณะเดินทางไปนิวยอร์กเพื่อเซ็นสัญญากับบริษัทแผ่นเสียงอาร์ซีเออย่างถูกต้องต่อไป จากจุดนี้เองที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นเส้นทางเดินไปสู่การเป็น “ราชาร็อคแอนด์โรลล์” ของ เอลวิส เพรสลีย์ อย่างแท้จริง

และเมื่อแผ่นเสียงชุดแรกภายใต้สัญญาที่เซ็นกับอาร์ซีเอคือซิงเกิล “ฮาร์ท เบรค โฮเทล (Heartbreak Hotel)” ออกวางจําหน่ายในเดือนมกราคม ค.ศ. 1956 เพลงนี้ก็ขึ้นไปถึงอันดับ 1 ในทันทีที่วางจําหน่าย ทั้งรายการทีวีและรายการวิทยุต่างก็ต้องการให้เอลวิสไปออกในรายการของตน ตารางการแสดงของเอลวิสแน่นไปด้วยคิวจองตัวคอนเสิร์ต ทุกๆรายการขายตั๋วหมดล่วงหน้า ที่ไหนๆก็ต้องการจะให้เอลวิสกับคณะไปปรากฏตัวที่นั่นกัน

ผู้พัน ทอม ปาร์คเกอร์ เป็นผู้นําความรุ่งโรจน์มาให้กับ เอลวิส เพรสลีย์ ทั้งสิ้น รวมไปถึงสื่อต่างๆต่างก็ลงข่าวถึงการเกิดขึ้นของกระแสความนิยมในตัว เอลวิส เพรสลีย์ ว่า “โลกดนตรีได้เกิดปรากฏการณ์ที่ดังระเบิดครั้งใหม่ขึ้นแล้ว”

ลีลาท่าเต้นอันเป็นเอกลักษณ์

Elvis Presley

กระแสความคลั่งไคล้ เอลวิส เพรสลีย์ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะเพลงของเขาฟังเพราะ หรือเสียงร้องของเขาสามารถสะกดผู้คนได้ดี หรือจะเป็นหน้าตาอันหล่อเหลา หรือลีลาท่าทางในการแสดงที่แปลกแหวกแนวเท่านั้น แต่มันเป็นความลงตัวของทุกอย่างที่มาเจาะจงลงที่ เอลวิส เพรสลีย์ ในช่วงเวลาที่เหมาะเจาะพอดีนั่นเอง ทั้งจากการที่ ทอม ปาร์คเกอร์ เสนอตัวเข้ามาหยิบยื่นโอกาสให้เขาหรือไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่กระแสดนตรี ร็อค แอนด์ โรลล์ กําลังบูมขึ้น การที่เอลวิสปรากฏตัวขึ้นมาในช่วงเวลานั้นจึงเป็นช่วงจังหวะที่ทุกอย่างกําลังลงตัว รวมไปถึงการทําตลาดแบบมืออาชีพและค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ที่พร้อมจะปั้นดาราขึ้นมาด้วยเช่นกัน

อีกทั้งตัวเอลวิสเองก็มีความใหม่และแปลกแหวกแนวออกมานําเสนอเช่นกัน ทุกอย่างจึงดูลงตัวไปหมด และนํา เอลวิส เพรสลีย์ ไปสู่ความโด่งดังอย่างรวดเร็วจนฉุดไม่อยู่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่ที่ตัว เอลวิส เพรสลีย์ เอง หากเขาไม่มีอะไรที่เป็นจุดขายอย่างชัดเจนแล้ว บริษัทจะใหญ่โตมีอิทธิพลมากเพียงใดก็ตามก็ไม่อาจเข็นเขาให้ดังเป็นพลุแตกไปตลอดรอดฝั่งได้อย่างแน่นอน ซึ่งจุดขายของเอลวิสในเวลานั้นนอกจากจะมีน้ำเสียงไพเราะ มีหน้าตาหล่อเหลาแล้ว เขายังเป็นนักร้องนักแสดงที่ไม่มีใครเหมือนอีกด้วย ทั้งวิธีการร้องหรือลีลาการแสดงบนเวทีที่ไม่เหมือนใคร จนสามารถสะกดให้ผู้ที่ฟังเขาร้องดูเขาเล่นต่างต้องจดจ่ออยู่กับลีลาเหล่านั้นจนไม่อยากที่จะกระพริบตา

อีกสิ่งหนึ่งที่กล่าวได้ว่ามีส่วนอย่างมากในการสะกดจิตใจแฟนเพลงของเขาก็คือลีลาในการเต้น ขณะร้องเพลงนั่นเอง เอลวิสได้สร้างท่าเต้นแบบเฉพาะตัวของเขาขึ้นด้วย ท่วงท่าโยกขาและส่ายสะโพกที่ใครเห็นก็ต้องบอกว่าเป็นลีลาที่เซ็กซี่อย่างมากจริงๆ แม้จะเคยมีใครออกลีลาท่าเต้นแบบนี้มาก่อนหน้านั้นก็ตาม แต่ก็เชื่อได้ว่าไม่มีใครเคยเห็นท่วงท่าและลีลาการเต้นแบบที่เอลวิสทําอย่างแน่นอน เพราะเขานําเอาทั้งหมดนี้มาดัดแปลงจนลีลาที่ว่าเฉียบก่อนหน้านั้นสลายหายไปในอากาศจนกลายเป็นซิกเนเจอร์ของเขาแต่เพียงผู้เดียว (คลิก ที่นี่ เพื่ออ่านต่อ)

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet