จุดเริ่มต้นของ Elvis Presley ชายผู้มีฉายาว่าราชาแห่ง Rock and Roll

จุดเริ่มต้นของ Elvis Presley ชายผู้มีฉายาว่าราชาแห่ง Rock and Roll

ร็อค แอนด์ โรลล์ (Rock and Roll) ก็คือความเคลื่อนไหวของกระแสดนตรีตะวันตกยุคสมัยใหม่ที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ในช่วงทศวรรษที่ 1950 เป็นต้นมา ร็อค แอนด์ โรลล์ ไม่ใช่ชนิดหรือรูปแบบของดนตรีใดโดยเฉพาะ แต่เป็นคําจํากัดความที่ใช้เรียกดนตรีร่วมสมัยหลายรูปแบบที่ถูกนํามาผสม ผสานเข้ากัน และกลายเป็นดนตรีซึ่งมีจังหวะจะโคนถูกใจผู้ฟังจนกระทั่งได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย

หรือหากจะใช้คําอธิบายของ อแลน ฟรีด (Alan Freed) นักจัดรายการวิทยุชื่อดังชาวอเมริกันช่วงทศวรรษที่ 19501960 ซึ่งเป็นผู้บัญญัติคําว่า “ร็อค แอนด์ โรลล์” ขึ้น อแลน ฟรีด อธิบายว่า “ร็อค แอนด์ โรลล์ เปรียบเสมือนกับแม่น้ำดนตรีสายใหญ่ที่กระแสธารของดนตรีสมัยนิยมหลายสายไหลมารวมกันจนกลายเป็นกระแสดนตรีกระแสหลักสายเดียวกันที่ดนตรีหลากรูปแบบเหล่านั้นได้ร่วมกันผลักดันให้แม่น้ำ ร็อคแอนด์โรลล์สายนี้ไหลออกไปสู่มหานที่และช่วยกันสร้างปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมา

กำเนิดดนตรี Rock and Roll

Bill Harley and The Comets

ถึงแม้ อแลน ฟรีด จะเป็นผู้ที่บัญญัติคําว่า ร็อค แอนด์ โรลล์ ขึ้น แต่ ร็อค แอนด์ โรลล์ ก็เกิดขึ้นมาก่อนหน้านั้นแล้ว โดยค่อยๆพัฒนาขึ้นมาจากจังหวะดนตรี บลูส์ (Blues) แจ๊ซซ์ (Jazz) สวิง (Swing) คันทรี (Country) โฟล์ค (Folk) และ ริธึม แอนด์ บลูส์ (Rhythm and Blues) จนกลายเป็นดนตรีที่มีจังหวะอันกระชับและสนุกสนาน โดยผู้ที่ทําให้ส่วนผสมของดนตรีเหล่านี้มารวมกันจนกลายเป็นเพลงที่มีชีวิตชีวาชัดเจนขึ้นก็คือ บิลล์ ฮาลีย์ (Bill Haley) กับวง เธอะ โคเม็ตส์ (The Comets) ของเขา

เมื่อเขานําเพลง ร็อค อะราวน์ด เธอะ คล็อก (Rock Around the Clock) ขึ้นสู่ความนิยมในปี ค.ศ. 1965 นั่นก็คือจุดเริ่มต้นของ ร็อค แอนด์โรลล์ ที่อุบัติขึ้นบนโลกอย่างแท้จริง แต่ลําพังแค่เพียงเพลง ร็อค อะราวน์ด เธอะ คล็อก ของ บิลล์ ฮาลีย์ ก็ยังไม่อาจทําให้ ร็อค แอนด์ โรลล์ ระเบิดขึ้นจนกลายเป็นระเบิดปรมาณูที่แผ่ขยายกระแสของ ร็อค แอนด์ โรลล์ ให้กระจายออกไปสู่ทั่วโลก และกลายเป็น ร็อค แอนด์ โรลล์ ที่ไม่มีวันตายจนถึงทุกวันนี้ได้เลย หากไม่มีแรงขับเคลื่อนจากบุคคลผู้นี้ บุคคลผู้ซึ่งคนทั้งโลกขนานนามให้เขาว่า “ราชาร็อคแอนด์โรลล์ (King of Rock and Roll)” ที่จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก เอลวิส เพรสลีย์ (Elvis Presley) แต่ผู้เดียวเท่านั้น ซึ่งก็อาจกล่าวได้เลยว่าถ้าหากไม่มี เอลวิส เพรสลีย์ เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้แล้ว โฉมหน้าของ ร็อค แอนด์ โรลล์ หรืออาจจะครอบคลุมไปถึงดนตรีสมัยใหม่ทั้งหมดที่มีอยู่ในยุคปัจจุบันนี้ อาจไม่ได้เป็นไปอย่างที่เป็นหรืออย่างที่เห็นอย่างที่ได้ยินในทุกวันนี้ก็เป็นได้

จุดเริ่มต้นของ Elvis Presley ราชาแห่ง Rock and Roll

จุดเริ่มต้นของ Elvis Presley ราชาแห่ง Rock and Roll

พื้นเพของ เอลวิส เพรสลีย์ นั้นก็คล้ายกับเด็กหนุ่มช่างฝันส่วนใหญ่ที่ต้องการเดินไปตามเส้นทางฝันนั้น และหมายที่จะไปให้ถึงความสําเร็จให้ได้ เพราะมันหมายถึงชื่อเสียง เงินทอง และเกียรติยศต่างๆที่จะติดตามมาอย่างไม่รู้จบ แต่ก็มีน้อยคนที่จะทําตามที่ฝันได้สําเร็จ แม้จะมุมานะอย่างไรถ้าหากไม่มีโชคไม่มีความเหมาะเจาะของโอกาสและช่วงเวลามาช่วยแล้วก็ยากที่จะไปได้ถึง ซึ่งเส้นทางเดินของเอลวิสก็ประสบกับความเหมาะเจาะเหล่านั้นพอดี จึงได้เกิดราชาแห่งร็อค แอนด์ โรลล์ ผู้นี้ขึ้น และโลกทั้งโลกก็กลายเป็นโลกของ ร็อค แอนด์ โรลล์ จวบจนถึงทุกวันนี้

เอลวิสเกิดมาในครอบครัวฐานะไม่ดี ต้องทํางานหนัก และเขาก็ไม่ค่อยชอบเรียนหนังสือนัก แต่มีความฝันอันยิ่งใหญ่ที่ต้องการจะประสบความสําเร็จเป็นคนดังให้ได้ เพื่อเดินทางลัดไปสู่การมีเงิน มีฐานะที่ร่ำรวย และแวดล้อมด้วยคนที่จะมาพินอบพิเทา ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากฐานะทางครอบครัวที่ยากจนเป็นส่วนบีบบังคับให้เขาต้องคิดฝันเช่นนี้ เพื่อให้ครอบครัวของเขาลืมตาอ้าปากและมีที่ยืนที่ดี มีคนเห็น มีคนรู้จัก ไม่ใช่ครอบครัวบ้านนอกที่ยากจนจนไม่มีใครหันมาแล

แต่เอลวิสอาจโชคดีกว่าเด็กหนุ่มช่างฝันคนอื่นๆที่โชคชะตาของเขาถูกขีดมาให้โด่งดังและประสบความสําเร็จเอาไว้ก่อนแล้วก็เป็นได้ เพราะถ้าหากดูจากเส้นทางที่เขาก้าวเข้าสู่วงการจนกระทั่งประสบความสําเร็จนั้น ล้วนแต่มาจากความเหมาะเจาะลงตัวที่บังเอิญมาพบกันทั้งสิ้น จึงทําให้เขามีโอกาสใช้พรสวรรค์ซึ่งพระเจ้าสร้างให้กรุยทางไปสู่ความสําเร็จได้อย่างไรอย่างนั้น และความเหมาะเจาะอย่างแรกก็คือดนตรีร็อค แอนด์ โรลล์ ได้ถือกําเนิดขึ้นมารอเขาอยู่แล้ว

โดยเอลวิสก็ได้นําความเหมาะเจาะที่ 2 คือความรักที่มีต่อแม่อย่างมาก จึงต้องการบันทึกเสียงเพลงให้เป็นของขวัญวันเกิดกับแม่ ส่วนความเหมาะเจาะที่ 3 ก็คือ เสียงร้องของเขาเกิดไปกล่อมเลขาของเจ้าของห้องอัดเสียงที่เขาเข้าไปเช่าจนเคลิ้มและขอเบอร์โทรศัพท์เขาไว้ โดยมีความเหมาะเจาะสุดท้ายก็คือเจ้าของห้องอัดเสียงเป็นผู้ที่อยู่ในธุรกิจเสียงเพลงที่มองการณ์ไกล จึงติดต่อกลับไปที่เอลวิสและเป็นผู้เปิดประตูความสําเร็จบานแรกให้แก่เขา จากความเหมาะเจาะลงตัวเหล่านี้เอง โลกจึงมีราชา ร็อค แอนด์ โรลล์ อุบัติขึ้น

แม้ว่า เอลวิส เพรสลีย์ ไม่ได้เป็นผู้สร้างดนตรี ร็อค แอนด์ โรลล์ ขึ้นเป็นคนแรก แต่เขาก็เป็นผู้ที่ขับดัน ร็อค แอนด์ โรลล์ ให้พุ่งทะยานออกไปสู่ความรุ่งโรจน์ชนิดขจรวดขับดันไม่ใช่ขับรถยนต์ธรรมดาๆ โดยอาศัยบุคลิกและความสามารถเฉพาะตัวซึ่งแปลกและแตกต่างไปจากที่เคยมีใครแสดง ออกมากับสไตล์การร้องการแสดงที่ประยุกต์มาจากศิลปินรุ่นก่อนหน้าเขา แต่ได้นํามาดัดแปลงให้แปลกตาชนิดที่ไม่เคยมีใครสัมผัสกับลีลาเช่นนั้นมาก่อน จนสามารถสะกดผู้ชมให้มีความตื่นตาตื่นใจ สนุกสนาน และมีอารมณ์ร่วมไปกับการร้องการเล่นของเขาได้อย่างง่ายดาย

สิ่งเหล่านี้จึงทําให้เพลงของ เอลวิส เพรสลีย์ ยังคงฟังได้ทุกยุคทุกสมัยอย่างไม่รู้เบื่อ และเป็นแรง บันดาลใจให้กับนักดนตรีรุ่นหลังต่างยึดถือความคิดสร้างสรรค์ของเขาเป็นแบบอย่างกันจนเป็นที่แพร่หลาย จึงไม่แปลกที่ศิลปินในรุ่นหลังจาก เอลวิส เพรสลีย์ เป็นต้นมา ไม่ว่าจะเป็นผู้มีชื่อเสียงโด่งดังหรือประสบความสําเร็จมหาศาลขนาดไหน ก็มักยกย่อง เอลวิส เพรสลีย์ ว่าเป็นครูเป็นผู้ที่พวกเขาต้องการเยี่ยมคารวะและขอคําแนะนํามากที่สุดผู้หนึ่ง

Elvis Presley

ความเหมาะเจาะลงตัวอีกอย่างที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้ก็คือรูปลักษณ์และความหล่อเหลาของ เอลวิส เพรสลีย์ เอลวิสไม่ได้มีพรสวรรค์โดดเด่นทางด้านเสียงร้องและการแสดงดนตรีเท่านั้น แต่ยังมีรูปร่างหน้าตาอันเป็นพรสวรรค์อีกด้วย ทุกสิ่งทุกอย่างซึ่งอยู่ในตัวเขาจึงล้วนแต่สร้างแรงดึงดูดใจ อย่างสูงทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่แฟนเพลงที่เป็นสาวๆ และจากการที่เอลวิสเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ที่พร้อมสรรพเช่นนี้ จึงไม่น่าแปลกเลยถ้าหากจะได้ยินใครๆเปรียบเทียบเขาว่าเป็นเทพอะโดนิส (Adonis) หรือ เทพบุตรกรีกรูปงามแห่งวงการเพลง

จนถึงทุกวันนี้ เอลวิส เพรสลีย์ ไม่เคยถูกลืมเลือน อิทธิพลของเขายังคงสอดแทรกอยู่ในทุกๆวงการอย่างที่ไม่เคยหมดสิ้นไปแต่อย่างใด ถึงแม้ตัวเขาจะเสียชีวิตลงไปเป็นเวลานานแล้วก็ตาม ทุกหนทุกแห่งยังคงกล่าวถึงเขา อ้างอิงถึงเขากันอย่างไม่รู้จักหยุดจักหย่อน คล้ายกับว่าเขายังมีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้ที่มักมีการเอ่ยถึงชื่อของเขากันจนติดปากไม่ว่าจะทําอะไรก็ตาม ตัวอย่างเช่นประโยคประโยคหนึ่งซึ่งมักได้ยินกันจนคุ้นหูก็คือคําว่า “เอลวิสออกจากอาคารไปแล้ว (Elvis has left the building)” ที่หมายถึงการแสดงจบลงแล้ว แต่ปัจจุบันใช้กับแทบทุกเรื่องที่มีความหมายหมายถึงภารกิจนั้นภารกิจนี้สําเร็จเสร็จสิ้นลงไปแล้ว ประโยคดังกล่าวนี้มาจากการแสดงบนเวทีของ เอลวิส เพรสลีย์ นั่นเอง ที่เมื่อเขาจบการแสดงเพลงสุดท้ายลง โฆษกก็จะประกาศว่า “เอลวิสได้ออกจากอาคารไปแล้ว” เพื่อให้ผู้ชมทราบว่าการแสดงของเขาได้ยุติลงแล้ว (คลิก ที่นี่ เพื่ออ่านต่อ)

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet